บไปได้มหาศาล”
“สอง สินค้าผมกล่องเล็ก น้ำหนักเบา ไม่กินที่ รถบรรทุกคันหนึ่งขนได้เป็นหมื่นชิ้น ต้นทุนขนส่งต่อชิ้นแทบจะเป็นเศษสตางค์”
“และที่สำคัญที่สุด ผมมอบ Volume ที่ ‘มั่นคง’ และ ‘เติบโตต่อเนื่อง’ ให้คุณ”
“วันนี้ 200 เดือนหน้าอาจจะ 500 ปลายปีอาจจะแตะ 1,000”
“เซ็นสัญญากับผมเจ้าเดียว เท่ากับคุณปิด KPI ไตรมาสนี้ หรือเผลอๆ ครึ่งปีได้เลยนะ”
“เพื่อแลกกับพาร์ตเนอร์ระยะยาวที่มีศักยภาพขนาดนี้ ยอมเฉือนกำไรช่วงแรกทิ้งนิดหน่อย เพื่อล็อกตัวลูกค้าใหญ่ในอนาคตไว้… ดีลนี้ คุ้ม หรือ ไม่คุ้มครับ?”
เซี่ยตงอธิบายช้าๆ ชัดๆ ทุกคำพูดเหมือนกระสุนเจาะเกราะ ทะลวงกำแพงจิตวิทยาของหลี่เซี่ยจนพรุน
หลี่เซี่ยอึ้งจนพูดไม่ออก
เธออ้าปากจะเถียง แต่หาคำมาหักล้างไม่ได้เลย
ทฤษฎีการกระจายต้นทุน, Customer Lifetime Value, การมองเกมระยะยาว ที่เด็กคนนี้พูดมา… มันลึกซึ้งและตรงประเด็นกว่าที่วิทยากรบริษัทมาอบรมให้ฟังซะอีก
นี่… นี่มันคำพูดของเด็กวัยรุ่นจริงๆ เหรอ?
ส่วนเซี่ยเจี้ยนกั๋วกับโจวอวิ๋นฟาง ตอนนี้กลายเป็นหินไปแล้ว
พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังดูหนัง Sci-Fi
โดยมีพระเอกเป็นลูกชายที่เลี้ยงมากับมือ 18 ปี
หลี่เซี่ยรู้สึกว่าไม่ได้คุยกับเด็ก ม.ปลาย แต่กำลังดวลกับจิ้งจอกเฒ่าเขี้ยวลากดินในวงการธุรกิจ
“4 หยวน… ทำให้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ” เสียงเธอแห้งผาก “นี่คือเส้นตายแล้ว บริษัทมีกฎอยู่”
“กฎมันตาย แต่คนมันดิ้นได้ครับ”
เซี่ยตงเอนหลังพิงพนักเก้า