กมาแต่ไกล เหมือนคนเมา
เซี่ยตงรีบยืนตรง โบกมือสุดแรง แท็กซี่เบรกเอี๊ยด จอดตรงหน้า
คนขับผิวคล้ำโผล่หน้าออกมา
“ไปไหน?”
“ตึกคอม”
“สี่สิบ ไม่กดมิเตอร์” สั้น กระชับ
“ไป”
รถออกตัว กระเด้งกระดอนขึ้นถนนใหญ่
เซี่ยตงเอนหลังมองวิวที่ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว มือโดยสัญชาตญาณกดกระเป๋ากางเกงที่มีเงินห้าพันอยู่
เงินก้อนนี้ ไม่ใช่แค่ค่าคอมพิวเตอร์
แต่มันคือความเชื่อใจของพ่อ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา แท็กซี่จอดหน้าตึกใหญ่หน้าตาเก่าคร่ำครึ
“ถึงละ ตึกคอม”
เซี่ยตงจ่ายเงิน ลงรถ
คลื่นความร้อนปะทะหน้า พร้อมเสียงอึกทึก
“หล่อ! ซื้อคอมมั้ย? รุ่นใหม่ล่าสุด! Core 2 Duo!”
“น้อง! ประกอบเครื่องมั้ย? ราคานักเรียน! ลดแปดสิบเปอร์เซ็นต์!”
“ลงวินโดวส์! ติดฟิล์ม! ถูกสุดในตึก!”
เซลส์แมนเหมือนฝูงผึ้งแตกรัง ถือใบปลิวสีฉูดฉาด รุมล้อมเขา
เซี่ยตงรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปสมัยเป็นเฟรชชี่ปี 1 ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เรื่องคอม แล้วโดนฟันหัวแบะจนเลือดอาบ
เขายิ้ม แหวกฝูงชน เดินตรงเข้าประตูตึกคอม
ภาพข้างในยิ่งอลังการ
ชั้น 1 เป็นเขาวงกตเคาน์เตอร์ขายของ แบรนด์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เสริม หมึกพิมพ์ วางเรียงรายละลานตา
กลิ่นพลาสติกใหม่ผสมกลิ่นแผงวงจรลอยคลุ้ง
เพลงป็อปตลาดแตกเปิดดังจนหูอื้อจากลำโพงเกรดต่ำ ผสมกับเสียงตะโกนขายของ กลายเป็นซิมโฟนีแห่งความวุ่นวาย
เซี่ยตงไม่หยุดชั้น 1 เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 2 ทันที
ชั้น 2 คือโซนประกอบคอม (DIY) และเป็นโซนที่ “น้ำล