ียบกริบ
ผ่านไปประมาณ 5 วินาที
โจวอวิ๋นฟางได้สติก่อน เสียงเธอแหลมขึ้นแปดหลอด
“ไร้สาระ!”
“นี่มันไร้สาระชัดๆ!” เธอมองลูกชายอย่างไม่อยากเชื่อ
“อาตง ลูกอยู่ร้านเกมมากไปจนสมองเพี้ยนแล้วเหรอ? ใครเขาจะยอมควักเงินซื้อของที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร?”
“นี่มันหลอกลวงผู้บริโภค! เกิดลูกค้าแกะออกมาแล้วไม่ใช่ตัวที่ชอบ เขาไม่เสียเงินฟรีเหรอ? เขาจะด่าเราว่าเป็นพ่อค้าหน้าเลือด! จะขอคืนของวุ่นวายตาย!”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วแม้จะไม่โวยวายเท่าภรรยา แต่คิ้วก็ขมวดจนแทบผูกโบ
เขาสูบบุหรี่เฮือกใหญ่ พ่นควันออกมา เสียงแหบพร่า
“ลูกชาย ทำธุรกิจต้องซื่อสัตย์ ให้ลูกค้าซื้ออย่างสบายใจ นั่นคือพื้นฐานนะ”
“ไอ้ที่ลูกว่า… ฟังดูเหมือนเล่นพนันเลย”
แม้แต่จางเหว่ยหมิงที่บ้าแต่เทคนิคยังอดทักไม่ได้ “ใช่เสี่ยวเซี่ย… ฟังดูเสี่ยงนะ”
ผู้ใหญ่สามคน คัดค้านเป็นเอกฉันท์
เซี่ยตงเดาไว้อยู่แล้ว
ถ้าเขาพูดปุ๊บแล้วทุกคนเห็นด้วยปั๊บสิแปลก
เพราะสิ่งที่เขาเสนอ คือโมเดลธุรกิจที่จะระบาดไปทั่วประเทศในอีก 10 ปีข้างหน้า
เขาไม่ตื่นตระหนก แถมยิ้มอย่างลึกลับ
“พ่อ แม่ ลุงจาง อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ”
“ลองคิดดู ทำไมคนถึงชอบซื้อลอตเตอรี่?”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วอึ้ง “มันเหมือนกันที่ไหน ลอตเตอรี่มันลุ้นรางวัลห้าล้าน”
“ธรรมชาติมันเหมือนกันครับ” เซี่ยตงตะล่อม “คนไม่ได้ซื้อตัวกระดาษ แต่ซื้อ ‘ความหวัง’ ซื้อ ‘ความตื่นเต้น'”
“เราขายกล่องสุ่ม เราไม่ได้ขายแค่ของเล่น”
“เราขายประสบการณ์ตอนแ