ัดๆ ว่าเป็นแบบไหน ชอบตัวไหนก็ซื้อตัวนั้น”
นี่เป็นวิธีขายที่เมกเซนส์และเป็นกระแสหลักที่สุดในยุคนี้
ชัดเจน โปร่งใส ไม่หลอกลวง
ผู้ใหญ่ทั้งสามคนในห้องคิดว่าแผนนี้สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
แต่เซี่ยตงกลับส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่ได้ครับ”
สองคำเบาๆ แต่ทำเอาอีกสามคนชะงัก
“ทำไมไม่ได้?” เซี่ยเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้ว
“ราคานี้กับวิธีขายแบบนี้ มันธรรมดาไป” เซี่ยตงตอบ
“ธรรมดา?” โจวอวิ๋นฟางงง “ขายของก็ต้องแบบนี้สิ ติดป้ายราคา ให้เห็นของชัดๆ มันไม่ดียังไง?”
เซี่ยตงไม่ตอบตรงๆ แต่ยั่วให้สงสัย
“ถ้าจะทำ เราต้องทำแบบที่คนอื่นไม่เคยเห็น”
เขาเว้นจังหวะ แล้วเน้นทีละคำ พูดศัพท์ใหม่ที่สำหรับคนปี 2008 แล้ว เหมือนภาษาต่างดาว
“เราจะขายแบบ ‘กล่องสุ่ม’ (Blind Box)”
“กล่อง… สุ่ม?”
โจวอวิ๋นฟางทวนคำ หน้าตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
เซี่ยเจี้ยนกั๋วกับจางเหว่ยหมิงก็งงเป็นไก่ตาแตก
กล่องสุ่มคือไร?
กล่องตาบอดเหรอ?
เซี่ยตงมองสายตาอยากรู้อยากเห็นทั้งสามคู่ แล้วกระแอมเบาๆ เริ่มเลคเชอร์แบบ “ลดมิติภูมิปัญญา” (Knowledge Dimensional Strike)
“กล่องสุ่ม อธิบายง่ายๆ ครับ”
“คือเราเอาเจ้าส้มอ้วน 10 แบบนี้ ใส่ลงไปในกล่องที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ ทึบแสง มองไม่เห็นข้างใน”
“ตอนลูกค้าซื้อ เขาจะเห็นแค่กล่อง แต่ไม่รู้เลยว่าข้างในเป็นแมวตัวไหน”
“ต้องรอจ่ายเงิน แล้วแกะกล่องออกมาวินาทีนั้นแหละ ถึงจะรู้ว่าได้ตัวอะไร”
สิ้นเสียงเซี่ยตง ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
เง