ค่นี้” มันกระแทกใจวัยรุ่นยุคหลังเข้าอย่างจัง
เซี่ยตงไล่ดูทีละตัว
เตะบอล, บาสเกตบอล, โยคะ…
ทุกตัวดูซื่อบื้อแต่น่าเอ็นดู เต็มไปด้วยสตอรี่
“เป็นไง?”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วเดินเข้ามาถาม เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความประหม่า
“ดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยครับ”
เซี่ยตงชมจากใจจริง
“ดีกว่ามาก”
เขาหันไปหาจางเหว่ยหมิง “ลุงจาง ลำบากแย่เลย”
จางเหว่ยหมิงหัวเราะร่า โบกมือ “ไม่ลำบากๆ! ลุงทำของเล่นมาทั้งชีวิต ไม่เคยทำอะไรสนุกขนาดนี้มาก่อน!”
แววตาเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลในผลงาน และความทึ่งในตัวเด็กหนุ่ม
ไอ้เด็กเพิ่งจบ ม.6 คนนี้ ในหัวมันบรรจุไอเดียประหลาดๆ แต่เฉียบขาดพวกนี้ไว้ได้ยังไง?
เซี่ยตงหยิบถุงผ้าออกมาจากกระเป๋า ค่อยๆ บรรจุตัวอย่างเจ้าส้มอ้วนทั้ง 10 แบบลงไปอย่างระมัดระวัง
“พ่อ แม่ ผมเอาพวกนี้ไปก่อนนะ จะเอาไปถ่ายรูปเตรียมลงร้าน”
“ได้ๆๆ” โจวอวิ๋นฟางพยักหน้ารัวๆ ยิ้มแก้มปริ “ให้ช่วยมั้ย?”
“ไม่เป็นไรครับ” เซี่ยตงรูดซิปกระเป๋า แล้วแกล้งถามลอยๆ
“เอ้อ พ่อ ของผลิตเสร็จแล้ว พ่อกะจะขายยังไง? ตั้งราคาเท่าไหร่?”
คำถามนี้ทำเอาบรรยากาศคึกคักในห้องเย็นลงนิดหน่อย
เซี่ยเจี้ยนกั๋วกับโจวอวิ๋นฟางมองหน้ากัน
แม่เป็นคนตอบก่อน “เมื่อกี้พ่อกับแม่คุยกันแล้ว เหล่าจางคำนวณต้นทุนต่อตัวอยู่ที่ประมาณ 5 หยวน เราว่าน่าจะขายสัก 15 หยวน กำไรกำลังสวย”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วพยักหน้าเสริม “ส่วนแพ็กเกจ ก็ใช้กล่องพลาสติกใส ล็อกตัวตุ๊กตาไว้ข้างใน ให้ลูกค้าเห็นช