ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เขาก็ต้องตะลึงกับภาพที่เห็น
โกดังขนาดมหึมาเต็มไปด้วยลังกระดาษสูงท่วมหัว กองพะเนินจนเกือบติดเพดาน เหลือทางเดินไว้แค่ช่องแคบๆ เท่านั้น
“เยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ?” เซี่ยตงอดถามไม่ได้
“นี่ยังแค่ส่วนเดียวนะ” โจวอวิ๋นฟางถอนหายใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม “ของพวกนี้เตรียมส่งให้บริษัทอเมริกาทั้งนั้น พอวิกฤตการเงินมา ทางนั้นก็บอกเลิกสัญญาดื้อๆ ยอมทิ้งเงินมัดจำ แต่ของพวกนี้…”
เธอไม่ได้พูดต่อ แต่ความหมายชัดเจนอยู่แล้ว
เซี่ยตงเดินเข้าไปเปิดลังกระดาษใบหนึ่ง
ข้างในคือของเล่นพลาสติกที่แพ็กมาอย่างดี มีทั้งตุ๊กตาฝรั่งผมทองตาฟ้า และหุ่นยนต์ดีไซน์ล้ำๆ
เขาหยิบหุ่นยนต์ตัวหนึ่งขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ
งานประกอบเนี้ยบมาก เนื้อพลาสติกเกรดดี ขอบมุมขัดเรียบกริบ ไม่มีรอยคมหรือส่วนเกินพลาสติกให้เห็น
“คุณภาพดีมากเลยนะครับ” เซี่ยตงเอ่ยชม
“แน่นอนสิ” เซี่ยเจี้ยนกั๋วพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงแฝงความภูมิใจเล็กๆ “ตอนรับงานนี้ พ่อลงทุนหนักมาก เปลี่ยนเครื่องฉีดพลาสติกเป็นของเยอรมันตั้งสองเครื่อง แถมช่างจางที่เป็นหัวหน้าช่างของเราฝีมือก็ระดับท็อป”
“ช่างจาง?” เซี่ยตงคุ้นๆ ชื่อนี้
“จางเหว่ยหมิงไง หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของโรงงานเรา” โจวอวิ๋นฟางอธิบาย “รุ่นราวคราวเดียวกับพ่อนั่นแหละ เป็นพวกบ้าเทคนิค วันๆ ขลุกอยู่แต่กับเครื่องจักร”
พูดไม่ทันขาดคำ ชายวัยกลางคนสวมชุดหมีสีน้ำเงินก็เดินออกมาจากมุมลึกของโกดัง
รูป