โดดเดี่ยวเข้าไปทั้งมวล
กระทั่งผ่านไปเนิ่นนาน เหล่าภาพลักษณ์จึงพังทลายลงพร้อมกัน เผยให้เห็นร่างทั้งสองอีกครา ทว่าทั้งเกาะโดดเดี่ยวและทะเลใต้เท้า ได้มลายหายไปแล้ว
“ตูม! ตูม! ตูม!”
เบื้องใต้เท้าทั้งสอง เห็นเพียงสรรพสิ่งรอบกายสลายหาย ไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่ เว้นเพียงโพรงยักษ์ที่เกิดจากทะเลที่ถูกวิชาเทพกลั่นไอร้อนจนระเหยหมด ลึกสุดหยั่ง ทะเลห่างไกลเริ่มไหลทะลักกลับเข้ามาในโพรงนั้น ก่อคลื่นโหมกระหน่ำดั่งฟ้าร้อง
“ข้าน้อยหงเทียน”
หงเทียนประสานมือคารวะ ยิ้มบางพลางเอ่ยเสียงขบขัน “ท่านเองก็บ่มเพาะเพลิงบนสวรรค์เช่นกัน เทียบเคียงกับข้านั้นประหนึ่งพี่น้อง ช่างน่ายินดีนัก”
กล่าวพลางโค้งอีกครั้ง “ขอทราบนามสหาย”
“ข้าน้อย…ลวี่หยาง”
ลวี่หยางตอบตรงไปตรงมา ใช้ชื่อจริงทันที อย่างไรก็มิได้เกี่ยวข้องกับเหตุและผลใด แม้ผู้ใดได้ยินก็มักเข้าใจว่าเป็นชื่อสมมติที่เขากล่าวขึ้น
หากเทียบกับเรื่องนั้น เขากลับใส่ใจอีกเรื่องหนึ่งยิ่งกว่า
ที่หงเทียนผู้นี้บ่มเพาะกลับเป็นเพลิงบนสวรรค์หาใช่ตะเกียงดับแสงไม่!
ต้องรู้ไว้ว่า ทั้งหงเทียนและหงยวิ๋นนั้น ล้วนเป็นเจินจวินที่ถือกำเนิดจากตะเกียงดับแสงแม้จะเวียนว่ายเกิดใหม่ กระทั่งเคยได้ครองตำแหน่งมรรคผลมาก่อน วิชาเทพที่เคยสำเร็จก็ไม่ควรเปลี่ยนแปรถึงเพียงนี้
เหตุใดวิชาเทพของหงเทียนจึงแปรเปลี่ยน?
เมื่อเทียบกับหงยวิ๋น สิ่งที่เขาผ่านมามีสิ่งใดแตกต่าง?
อีกทั้ง…เขากลับเอ่ยถึง “โลกภายนอก” อย่