างเปิดเผย เช่นนั้นแปลว่าเขารู้ว่าที่นี่คือประวัติศาสตร์เทียม? แล้วผู้ใดกันเล่า บอกความลับเช่นนี้แก่เขา?
อั้งเซียวหรือไม่?
ลวี่หยางนึกตะลึงในใจ แต่บนใบหน้ากลับไม่เผยพิรุธแม้แต่น้อย กลับจงใจแสร้งทำโง่งม เอ่ยว่า “โลกภายนอกอะไรกันหรือ? ท่านหงเทียนหมายความว่าอย่างไร?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หงเทียนก็ยิ่งหัวเราะร่า
“ที่แท้เป็นเช่นนี้…ดูท่าในโลกภายนอก ท่านคงเป็นเจินเหรินแห่งนิกายมารของข้าแน่แท้แล้วกระมัง”
ลวี่หยาง: “…”
เห็นหงเทียนส่ายหน้าเบา ๆ เอ่ยอย่างเปิดเผยว่า
“ท่านสหายไม่ต้องครุ่นคิดให้มาก ความว่าโลกภายนอกนั้น แท้จริงก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่จนบัดนี้ ข้าค่อย ๆ คิดได้จากประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเท่านั้น ครั้งนั้น ข้ายังเป็นเจินจวินแห่งตะเกียงดับแสงทว่ากลับถูกเจินจวินลึกลับผู้หนึ่งซึ่งโผล่ออกมาอย่างกะทันหันสังหารเสีย…ก่อนตาย ข้าเคยฉีกม่านควันป้องกันกายของมัน และได้เห็นโฉมหน้าอย่างถนัดตา กลับพบว่าเหมือนกับหลิงเซียวของนิกายเราไม่มีผิด แต่ผลแห่งมรรค ตลอดจนระดับพลัง และความรู้ความสามารถของผู้นั้น…กลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง”
“ยิ่งกว่านั้น มรรคผลที่มันพิสูจน์กลับเป็นไม้มหาไพร”
“ตามที่ข้ารู้มา ตั้งแต่โบราณจวบจนปัจจุบัน ตำแหน่งมรรคผลสูงสุดเช่นนี้…ไม่เคยมีผู้ใดสามารถบรรลุถึงได้เลย ครานั้น ข้าก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ…เจินจวินไม้มหาไพรผู้นั้น มันเป็นผู้ใดกันแน่ มาจากที่ใดกัน?”
หงเทียนพูดพลางค่อย ๆ ดื่มด่ำ