่านปู่จะเตือนอะไรพี่เลยนี่? ก็เหมือนปกติทุกวันไม่ใช่หรือ?”
ฟูจือเงี่ยนเริ่มร้อนรน “จะไม่เตือนได้อย่างไร? หลายวันมานี้ท่านปู่ เอาแต่พร่ําบ่นกรอกหูพี่ทุกวัน เรื่องพี่น้องต้องรักใคร่ปรองดองกันบ้างล่ะ
เรื่องพี่น้องร่วมใจตัดทองได้ขาด 121 บ้างล่ะ ท่านยังย้ําอีกว่า…. ตระกูลใหญ่
อย่างเรา ต่อให้ศัตรูภายนอกเข้มแข็งเพียงใดก็มิอาจทําลายล้างได้! ที่น่ากลัว ที่สุดคือ คนกันเอง าหั่นกันเอง จนรากฐานเน่าเฟะจากภายในต่างหาก…. ถ้า นี่ไม่ใช่การเตือนแล้วจะเรียกว่าอะไร?”
“ปัญหาคือพี่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ําว่าทําผิดที่ตรงไหน ท่านถึงได้ออกโรง เตือนขนาดนี้ เจ้าว่า พี่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่เล่า?” ฟู่จือเงี่ยนบ่น
กระปอดกระแปด
ฟู่จื่ออี้จ้องมองฟูพี่ชายคนโตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเนิบๆ ว่า “
พี่ใหญ่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไขสือ?”
ฟู่จือเงี่ยนหัวเราะแก้เก้อ “เฮ้อ… ถ้าเจ้าหมายถึงเรื่องจุกจิกหลังบ้าน
ระหว่างพี่สะใภ้เจ้า
กับน้องสะใภ้ล่ะก็ นั่นมันเรื่องเล็กน้อย จะมาสั่นคลอนความสัมพันธ์
พี่น้องเราได้ยังไง?”
“พี่สะใภ้เจ้าก็ไม่รู้ไปฟังคํายุยงใครมา วันๆ ก็คอยแต่ระแวงว่าเจ้ากับ น้องสะใภ้จะมาฮุบสมบัติส่วนตัวของท่านปู่ท่านย่า พี่ก็ต่อว่านางไปแล้ว พี่บอ กว่าให้เลิก เอาใจคนถ่อยไปวัดใจวิญญูชน (3) เสียที!
“น้องสะใภ้สี่เป็นคนยังไงพี่ไม่รู้ แต่สําหรับน้องสี่ พี่เชื่อว่าเจ้าไม่ใช่คน เช่นนั้นแน่! ข้าบอกนางไปแล้วว่าให้ฟังคําพูดเหลว