มานี้ ท่านปู่ให้ความสําคัญกับเจ้าสี่เป็นพิเศษ เขาเองก็รู้เห็น
แม้ฟูจือเงี่ยนจะรู้ว่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด บรรดาศักดิ์จวนโหวนี้ต้อง
ตกเป็นของเขาแน่นอน
เพียงแต่… ลึกๆ แล้วเขาก็ยังหวั่นไหวไปกับคําพูดของหูชื่อ
เขากินมื้อเช้าที่ห้องอนุหรี่อย่างลวกๆ อนุหรี่ตั้งใจจะฉวยโอกาสออด อ้อนฟูจือเงี่ยน เผื่อจะโชคดีตั้งท้องกับเขาบ้าง แต่กลับถูกฟูจือเงี่ยนที่กําลัง จิตใจว้าวุ่นผลักออก แล้วเดินตรงดิ่งไปยังเรือนหน้าทันที
ระหว่างทาง บังเอิญเห็นเงาร่างของฟูจืออี้เดินสวนมา เขาฉุกคิดบาง อย่างขึ้นได้ จึงหยุดฝีเท้ารอ
สองพี่น้องต่างทักทายเดินไปด้วยกัน ฟู่จื่ออี้มองปราดเดียวก็รู้ว่า
ฟู่จือเงี่ยนมีเรื่องจะพูด จึงส่งสัญญาณให้คนติดตามถอยออกไปห่างๆ
สองพี่น้องเดินทอดน่องกันอยู่นานกว่าจือเงี่ยนจะเปิดปาก “เจ้าสี่
พี่ชายปฏิบัติต่อเจ้าไม่เลวเลยใช่ไหม?”
ฟูจืออี้ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เอ่ยปากเข้าประเด็นทันที “พี่ใหญ่ มี อะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ ระหว่างพี่น้องเราไม่จําเป็นต้องมาหยั่งเชิงกัน
หรอก”
เลยนะ”
ฟูจือเงี่ยนยิ้มเจื่อนๆ อย่างขัดเข็น “ถ้าอย่างนั้น พี่ใหญ่จะถามตรงๆ
“ช่วงนี้ ท่านปู่ไม่พอใจอะไรพี่หรือเปล่า? พี่รู้สึกเหมือนท่านปู่กําลัง พยายามจะเตือนอะไรพี่อยู่” ฟูจือเงี่ยนยิ้มยื่น
“ไหนเจ้าลองช่วยพี่ตรองดูหน่อยสิ ว่าหมู่นี้พี่ไปขวางหูขวางตาท่านปู่
ตรงไหน?”
ฟูจืออี้แกล้งไขสือ “พี่ใหญ่ ท่านพูดอะไรของท่าน? ข้าไม่เห็นจะรู้สึกว่า ท