เปล่า!”
ทั้ง
หูชื่อยิ่งพูดยิ่งโมโห ฟู่จือเงี่ยนเองก็เริ่มหงุดหงิด โยนตะเกียบในมือ
เจ้าอย่าลืมไปว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร ระวังคําพูดของเจ้าด้วย! พูดจาเหลวไหลอะไรออกมา ต่อให้ฮูหยินผู้เฒ่าจะลําเอียงไปทางเจ้าบ้าง นั่นก็เพราะเจ้าสี่อายุน้อยที่สุด ทั้งเรื่องแต่งงานก็มีอุปสรรคมาตลอด”
“อีกอย่าง ฮูหยินผู้เฒ่าหาใช่คนเลอะเลือน? ที่ท่านทําแบบนี้ก็เพื่อ เตือนสติเจ้า! ทางที่ดีเจ้าควรกลับไปทบทวนดูให้ดีเถอะ ว่าช่วงนี้ไปทําอะไร ให้ท่านย่าไม่พอใจหรือไม่!”
พูดจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อ เดินหนีกลับไปที่เรือนของอนุหรี่ หูชื่อโกรธจนแทบกระอักเลือด นางกัดฟันข่มความโกรธและนํ้าตา เอาไว้ สั่งคนเข้ามาเก็บโต๊ะ แล้วหนีไปร้องไห้อยู่ในห้องอยู่ครึ่งค่อนวัน
พอออกมาตาบวมเป่ง กลัวคนเห็นแล้วจะเสียหน้า จึงให้บ่าวต้มไข่ไก่
มาประคบ ถึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง กล่าวถึงฝ่ายฟูจือเจียน แม้ต่อหน้าจะดูหู ชื่อ แต่คําพูดของนางก็ทิ้งความระแวงไว้ในใจ เขาเป็นพี่ชายคนโตในบรรดา พี่น้อง สมัยที่น้องๆ ยังเล็ก เขาคือหลานชายที่ท่านปู่ไว้วางใจที่สุด
ภายหลังพอน้องๆ โตขึ้น ด้วยฐานะที่เป็นพี่คนโต เขาจึงต้องวางตัว สุขุมหนักแน่น ทําให้ความสนิทสนมกับท่านปู่ลดน้อยลง กลับกลายเป็น น้องๆ ที่เหมือนจะสนิทกับท่านปู่มากกว่า
โดยเฉพาะเจ้าสี่ แม้อายุน้อยที่สุด แต่ในบรรดาสี่พี่น้อง มีแค่เขาคน เดียวที่ท่านปู่เคยเอ่ยชมว่าเหมือนท่านปู่สมัยหนุ่มๆ มากที่สุด!
มาตลอด
หลายปี