พอได้ยินเสียงเปิดประตู หมามาเงยหน้าขึ้นมาเห็นรุ่ยเชียงเป็นคน แรก ก็ยิ่งดิ้นพล่านรุนแรงขึ้น ในลําคอส่งเสียงร้องอู้อี้ ลู่เงินเงินส่งสัญญาณ ให้บ่าวอาวุโสไปดึงผ้าขี้ริ้วที่อุดปากนางออก
ทันทีที่ปากเป็นอิสระ หูมามาก็ตะโกนด่าทอทันควัน “รุ่ยเชียง นั่งตัว ดี นังสารเลว รีบปล่อยข้านะ! ใครใช้ให้เจ้ากล้ามามัตแม่นมผู้เฒ่าอย่างข้า? นังเต็กสมควรตาย แพศยาไร้ยางอาย เจ้าอ้างบารมีใคร ถึงได้มาทําตัว
กําเริบเสิบสานเยี่ยงนี้!”
“รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ! ไม่เช่นนั้นหากข้าหลุดไปได้ ข้าจะไป ฟ้องฮูหยินให้เล่นงานเจ้า นั่งเด็กเมื่อวานซืน รีอ่านจะมาลองดีกับข้า….” ค้า หยาบคายพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย รุ่ยเชียงถึงอย่างไรก็เป็นเพียงเด็กสาว จะทนฟังถ้อยคําเหล่านี้ไหวได้อย่างไร ใบหน้าแดงก่ํา น้ําตาจวนเจียนจะรืน
ไหล
ลู่เจินเจินสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อุดปากนางเสีย
บ่าวอาวุโสที่อยู่ด้านข้างรีบหยิบผ้าขี้ริ้วที่ชุ่มไปด้วยน้ําลายผืนเดิม ยัด
กลับเข้าไปในปากหมามาอีกครั้ง
คราวนี้หูมามาถึงได้สังเกตเห็นลู่เจินเจิ้นที่ยืนอยู่ด้านหลังรุ่ยเชียง
นางตัวแข็งที่อไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ก็ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แววตา เผยความเว้าวอน พยายามดิ้นรนจนหมอบราบไปกับพื้น โยกศีรษะให้ ลู่เง็นเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย
ลู่เจินเจินหันไปสั่งการ “จับหูมามานั่งให้เรียบร้อย”
บ่าวอาวุโสสองคนตรงเข้าไปหิ้วปีกหูมามาให้นั่งลงดีๆ แล้วกดตัวนาง
ไว้ไม่ให้ขยับ หมามาหมดทางดิ