ลู่เจินเงินไม่คิดว่าฟูจือ จะถามประโยคนี้ทันทีที่ก้าวเข้ามา ในใจ กระตุกวูบ หรือว่าฟูจืออี้อยากให้นางคว้าอํานาจดูแลเรือนมาครอง?
แล้วทําไมเขาไม่บอกเล่า?
ไม่น่าจะใช่นะ จากที่นางเรียนรู้นิสัยฟูจือมาสักพัก หากเขามีความ คิตเช่นนั้นจริง ก่อนหน้านี้ก็ควรจะบอกใบ้บ้าง?
หรือว่าฟูจืออี้บอกใบ้ได้แนบเนียนหรืออ้อมค้อม เกินไป จนตนเอง
ฟังไม่ออก?
พลาดท่าเสียแล้วสิ!
ทว่าลู่เจินเจินไม่ได้ตื่นตระหนก ย้อนถามกลับไปอย่างใจเย็น “ท่าน อยากให้ข้าดูแลบ้านหรือเจ้าคะ?”
ฟูจืออี้นั่งลงจิบชา พลางส่ายหน้า “ข้าแค่ได้ยินมาว่า พี่สะใภ้รองกับพี่ สะใภ้สามต่างได้รับ แบ่งอํานาจดูแลบ้าน มีแต่เจ้าที่ไม่รับ เจ้าชอบเงินไม่ใช่ หรือ? ทําไมถึงไม่รับล่ะ? หรือกลัวผู้อื่นจะครหา?”
ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ ฟูจืออี้พอจะรู้นิสัยลู่เงินเงินบ้างพอสมควร นางเป็นคนฉลาด มีความสามารถ มีเล่ห์เหลี่ยม และยังงกเงิน งานดูแลบ้าน นี้ ขอแค่มีเงินผ่านมือ
ก็สามารถตักตวงผลประโยชน์เข้ากระเป๋าได้ง่ายๆ ด้วยนิสัยเห็นแก่ เงินอย่างลู่เจินเจิน กลับปฏิเสธไม่รับ? ช่างแปลกเกินไปแล้ว
ลู่เจินเงินลอบถอนหายใจ ในเมื่อฟูจืออี้ไม่ได้ต้องการให้นางทํา กี
ค่อยโล่งอกไปหน่อย
นางนั่งลงจิบชาแล้วอธิบายด้วยน้ําเสียงนุ่มนวล
“ถึงข้าจะชอบเงิน แต่เงินที่ไม่สมควรได้ ข้าก็ไม่คิดจะยื่นมือไปแตะ ต้องเจ้าค่ะ อีกอย่าง ข้างบนยังมีพี่สะใภ้อีกสองท่าน ข้าอายุน้อยที่สุด อย่าง ไรก็ไม่ถึงตาของข้าไม่ใช่