หรือ?”
“นอกจากนี้ ที่ข้าหาไปก็เพราะเห็นแก่ท่านทั้งนั้น คําโบราณว่าไว้ไม่ ผิด ดูแลบ้านสามปี แม้แต่สุนัขยังยังเป็น (1) พวกมามาผู้ดูแลในจวนโหว ไม่มีใครรับมือได้ง่ายๆ สักคน ข้าจะไปล่วงเกินพวกนางทําไม? คนพวกนี้ดู เหมือนต่ําาต้อยไร้พิษสง แต่ถ้าเผลอไปทําให้ขุ่นเคือง ถึงพวกนางจะทําอะไร ข้าไม่ได้ ก็อาจจะแอบไปขัดยาท่านสี่ลับหลังได้ จะทําอย่างไรล่ะเจ้าคะ?”
“มิหนําซ้ํา ต่อให้ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลจวนจนเหนื่อยสายตัว แทบขาด มือไม้สะอาดไม่ยักยอกเงินแม้แต่แดงเดียว คนอื่นก็ใช่ว่าจะเชื่อ หากวันหน้ามีคนหยิบยกเรื่องนี้มาครหาท่านสี่ มีเท่ากับทําให้ชื่อเสียงท่าน ต้องพลอยมัวหมองไปด้วยหรือเจ้าคะ?”
เห็นสีหน้าฟูจืออี๋กึ่งยิ้มกิ่งไม่ยิ้ม ทําท่าเหมือนยังไม่เชื่อ
ลู่เจินเจินจึงงัดไม้ตายออกมา “จวนโหวแห่งนี้อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ของ เรา ท่านแม่เคยบอกไว้แล้วว่าวันหน้าต้องแยกบ้านแน่นอน ข้าจะไปเหนื่อย
ยากเพื่อสมบัติของคนอื่นทําไม ทําไปเขาก็ไม่เห็นคุณค่าหรอก?”
“ตอนนี้ข้าติดตามเรียนรู้งานกับท่านแม่ ดูแลเรือนของข้ากับท่านให้
ดี วันหน้าจะได้ดูแลครอบครัวเล็กๆ ของเรา ให้ท่านสี่ไร้กังวลเรื่องหลังบ้าน เท่านี้ก็พอแล้วเจ้าค่ะ!”
สีหน้าฟูจืออี้เริ่มอ่อนลง นางจึงเสริมอีกประโยค “ท่านสี่ หัวใจ ข้าน่ะเล็กนิดเดียว ความสามารถก็จํากัด ในเมื่อปักใจเลือกท่านแล้ว ในใจข้าก็ มีที่ว่างให้เพียงท่านผู้เดียว
ข้าอยากดูแลแค่เรื่องที่เกี่ยวกับท่า