น…. ส่วนเรื่องของคนอื่น ต่อให้ดี
เลิศเพียงใด ก็หาได้เกี่ยวกับข้าไม่
ถ้อยคําแสดงความภักดีนี้ ลู่เจินเจิ้นพูดเองยังซาบซึ้งเองเลย!
ฟู่จื่ออี้มองลู่เจินเจิ้นด้วยสายตาซับซ้อน เหมือนอยากจะเอ่ยอะไรบาง
อย่าง
ลู่เจินเจิ้นรอคอยอย่างคาดหวัง หวังว่าฟู่จื่ออี้จะประทับใจกับคําพูด ของตน แล้วตระหนักว่านางคือหุ้นส่วนที่ยอดเยี่ยม พร้อมจะเงินรางวัลสิ้นปี ให้อีกเท่าตั๋ว
เมื่อสบสายตาที่เปี่ยมความคาดหวังของลู่เจินเจิน จื่ออี้กลับเอ่ยขึ้น
ด้วยน้ําเสียงเย็นชา “พูดภาษาคน!” [2]
ลู่เจินเจินเจอสายตาคุกคามของเขาเข้าไป ก็สงบเสงี่ยมลงท้นที
“เงินทองแม้จะดี แต่ถือไว้แล้วมันลวกมือเจ้าค่ะ!”
“แม้ข้าจะรักเงิน แต่ก็ต้องหามาโดยสุจริต ทั้งเบี้ยหวัดรายเดือน รวม กับเงินส่วนตัวที่ท่านสี่มอบให้ แล้วไหนจะรายได้จากที่นาที่ท่านโหวผู้เฒ่ายก
ให้อีก ลําพังรายได้ที่โปร่งใสเหล่านี้ก็เพียงพอให้ข้าใช้จ่ายสบายมือแล้ว”
“ยืนไปรับงานดูแลบ้าน ต้องตื่นก่อนไก่ นอนดึกกว่าสุนัข นอกจาก ต้องคอยจัดการเรื่องจุกจิกสารพัดในเรือนแล้ว ยังต้องคอยระแวงว่าจะมีใคร มาลอบขัดแข้งขัดขาอีกข้าคิดแล้วคิดอีก ในเมื่อชีวิต ตอนนี้ก็สุขสบายดีอยู่ แล้ว จะรนหาเรื่องใส่ตัวไปเพื่ออะไร?”
“เพื่อเศษเงินเล็กน้อยแค่นั้น ไม่คุ้มกันเลยจริงๆ!”
ฟู่จือ พยักหน้าช้าๆ เขารู้อยู่แล้วว่าลู่เจิ้นเงินสติสัมปชัญญะดีเสมอ ในเวลาเช่นนี้ยังรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ ดีมาก!
แต่เขาก็ยังอดถามย้ําไ