ม่ได้ “เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจภายหลัง ? รู้ หรือไม่ว่าถ้าได้ดูแลจวนโหว ด้วยความสามารถของเจ้า ปีหนึ่งๆ เงินกว่าพัน กําลงย่อมเข้ากระเป๋าได้สบายๆ ยังไม่นับว่าบ่าวไพร่ในจวนต้องพินอบพิเทา
ต่อเจ้าอีก”
“ปีละพันกว่าลําลิงเชียวหรือเจ้าคะ?” ลู่เจินเจินตาโต ไม่คิดว่างานดู แลจวนโหวจะมีรายได้เป็นกอบเป็นก๋าขนาดนี้
ทําไงดี ชักจะเสียใจขึ้นมาหน่อยๆ แล้วสิ
ฟู่จื่ออี้หัวเราะ “เสียใจแล้วรึ?”
ลู่เจินเจินกัดฟันกรอด “นิดหน่อยเจ้าค่ะ แต่ก็ไม่เสียใจหรอก รายได้ งามขนาดนี้ แสดงว่าความรับผิดชอบก็ยิ่งใหญ่ตาม ช่างเถอะเจ้าค่ะ”
นางครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะลองหยั่งเชิงถาม “ถ้าท่านเห็นว่าข้าเสีย โอกาสก้อนโตไป จะไม่ลองชดเชยให้ข้าเป็นการส่วนตัวหน่อยหรือเจ้าคะ?
อย่างเช่นเพิ่มเงินรางวัลสิ้นปีสักพันหรือแปดร้อยตําลึง?”
ฟู่จืออี้แค่นหัวเราะแล้วลุกขึ้น “ดึกมากแล้ว รีบนอนเถิด ในฝันมีทุก
อย่างที่เจ้าต้องการ”
ลู่เจินเจินจุกจนพูดไม่ออก พออยู่ด้วยกันนานเข้า เริ่มรู้ไส้รู้พุงกันเสีย แล้ว จะหลอกเอาเงินหลอกเอาทองจากเขาสักนิดช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือ
เกิน…
เฮ้อ~~
หดหู่
ลู่เจินเจินกอดความเสียใจที่พลาดเงินก้อนโตจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่าง
นัง
ขนาดในฝันยังละเมอออกมาสองสามประโยค
เงินยองช้า เงินยองย้า…
ฟู่จืออี้ที่ยังไม่หลับ ได้ยินเสียงละเมอของลู่เงินเงิน ก็พลิกกายลุกขึ้น
อาศัยแสงเทียนที่ยังไม่มอดดับ มองดูใบหน้ายามหลับใหลของ
ลู่เง็นเงินอย่างเงี