ชุนชื่อได้ยินดังนั้น ก็ถอยกรูดไปข้างหลังหลายก้าวตามสัญชาตญาณ
น่ากลัว! น่ากลัวเกินไปแล้ว!
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นภาพคําว่า ‘ซ่อนดาบในรอยยิ้ม’ อย่างแจ่ม
แจ้งชัดเจน
ยังดีที่ทุกคนยังรู้จักยับยั้งชั่งใจ เพราะเพิ่งจะเดินออกมาจากเรือนรุ่ย
เชวียน ยังไม่พ้นอาณาเขตของฮูหยินผู้เฒ่าไป
ยืนก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีกตอนนี้ เกรงว่าจะไม่มีใครหนีพ้น
หูชื่อแค่นหัวเราะเย็นชาคราหนึ่งก่อนจะสะบัดหน้าเดินน่าออกไป ส่วนจ้าวชื่อก็ทําท่าถ่มน้ําลายอย่างดูแคลนเบา ๆ ทีหนึ่ง แล้วเดินตามก้นหูชื่อ
ไปติด ๆ
เหลือเพียงชุนชื่อที่ยั่งยืนเก้ ๆ กัง ๆ พอถูกลู่เจินเจิ้นหันมามองเข้า นางก็พยายามฝืนฉีกยิ้มออกมาอย่างยากลําบาก “นะ… น้องสะใภ้สี่ งั้น…..
งั้นข้าขอตัวก่อนนะ”
กวด
พูดจบก็เดินจ้าอ้าวหนีไปไกลโดยไม่หันหลังกลับมาราวกับมีสุนัขไล่
เหลือเพียงสู่เงินเงินที่ยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับไห่ถังและตึงเชียง
สาวใช้ทั้งสองต่างมองเจ้านายด้วยสายตาเป็นกังวล
ลู่เจินเจินยักไหล่ “มัวยืนเหม่ออะไรกันอยู่ พวกเราก็ไปกันเถอะ….”
นางรีบเดินตามหลานชื่อที่ยืนรออยู่ด้านหน้าจนทัน แม่สามีลูกสะใภ้
เดินพูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทางกลับเรือน
เมื่อกลับถึงเรือนของหลานชื่อ ลู่เจินเจิ้นย่อมต้องรู้งาน รีบเอ่ยปาก
ขออภัยไว้ก่อน ไม่ว่าตนจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม
ยามนี้หลานชื่อกําลังเอ็นดูลู่เป็นเงินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ย่อมยิ้มรับ
และไม่เก็บมาใส่ใจ
ซ้ํายังเอ่ยชมลู่เจิ