ย ลู่เงินเงินต้องคอยสรรหาเรื่องมาคุยทุกวันก็ เหนื่อยเหมือนกัน ดังนั้นพอตกดึก นางจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ ถือเสียว่าช่วงเวลา
นี้เป็นการ ‘รายงานผลการปฏิบัติงาน ให้เจ้านายฟังไปเสียเลย
วันนี้เรียนรู้อะไรไปบ้าง ทําอะไรไปบ้าง กินอะไรไปบ้าง ใครพูดจาว่า อะไรบ้าง นางรายงานให้ฟูจืออี้ฟังจนหมดเปลือกไม่มีตกหล่น ฟูจืออี้ฟังไปสิบประโยค จะตอบรับว่า “อืม” กลับมาสักคํา ก็นับว่าดี
ถมไปแล้ว
ยังดีที่ลู่เจินเจินมองฟูจืออี้เป็นเจ้านาย นางจึงไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ํา
ใจแต่อย่างใด
ทั้งสองฝ่ายต่างปรับตัวเข้ากับความสัมพันธ์แบบ “หุ้นส่วนร่วมงาน” นี้ได้เป็นอย่างดี และดูจะพึงพอใจกันทั้งคู่ โดยเฉพาะฟูจืออี้ที่เริ่มรู้สึกว่าการ สรุปงานยามค่ําคืนของลู่เงินเงินนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง ปกติเขาไม่ได้ขลุกอยู่ที่เรือนหลัง ข่าวคราวบางอย่างที่สืบมาได้ จึงสู้ สิ่งที่ลู่เจินเจินประสบพบเจอมาด้วยตนเองไม่ได้ ทั้งตรงไปตรงมาและได้ข้อ
มูลที่ลึกซึ้งมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ลู่เจินเจินไม่ได้สักแต่จะรายงานไปตามเนื้อผ้า บางครั้ง นางยังสอดแทรก วิสัยทัศน์ของตนเอง ทั้งการวินิจฉัยและการคาดเดาเกี่ยว
กับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างบ่าวไพร่และเจ้านายในจวนโหวลงไปด้วย สัญชาตญาณและมุมมองที่ละเอียดอ่อนแบบสตรี ทําให้ฟูจืออี้เพิ่ง ตระหนักว่า ความรู้ความเข้าใจที่เขามีต่อจวนโหวในช่วงก่อนหน้านี้นั้น ช่าง
ผิวเผินและมองเพียงด้านเดียวเกินไปเสียแล้ว
ด้วยความพึ