ไรเล็ดลอดสายตานางไปได้หรอก ทางฝั่งฮูหยินผู้เฒ่าก็เหมือน
กัน”
“อย่าเห็นว่าตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าเป็นคนดูแลจัดการงานบ้าน
งานเรือน ดูมีหน้ามีตา พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าน่ะ เทียบกับป้าสะใภ้ใหญ่สมัย
ก่อนไม่ได้แม้แต่ครึ่งเดียว วันหน้าเจ้าก็จะรู้เอง”
ลู่เจินเจินได้ฟังดังนั้น ดูท่าป้าสะใภ้ใหญ่จีนชื่อผู้นี้ ก็คงเป็นยอดฝีมือ
ที่ร้ายกาจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ดูไม่ออกเลยจริงๆ เพราะที่ผ่านมาจีนชื่อดูเป็นคนใจดีและพูดน้อย
แต่ถึงขนาดทําให้หลานชื่อเกรงอกเกรงใจได้เพียงนี้ ลู่เงินเป็นจิงกา
ดอกจันหมายหัวป้าสะใภ้ใหญ่ผู้นี้ว่าเป็น บุคคลสําคัญ’ ไว้ในใจทันที
หลานชื่อเห็นลู่เจินเจินมีสีหน้าเคร่งเครียด จึงเอ่ยปลอบว่า “หลายปี มานี้ฮูหยินผู้เฒ่ากับป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้าประลองกําลังกันมาไม่ใช่แค่ครั้ง สองครั้งแล้ว แต่เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเรา เพียงแค่อยู่ให้ห่างๆ ไว้ก็พอ” ลู่เจินเจินน้อมรับคําสั่งสอน ใครจะไปคิดว่า ครั้งนี้หลานชื่อกลับคาด
เตาผิดถนัด
เพราะเรื่องนี้กลับเกี่ยวพันกับพวกนางเข้าเต็ม ๆ เพียงแต่ยามนี้ทั้ง
สองคนยังไม่รู้ตัวเท่านั้น
ทุกวันลู่เจินเงินต้องคอยติดตามหลานชื่อเพื่อเรียนรู้งานบ้านงาน
เรือน ยุ่งจนหัวหมุน แม้แต่เวลาจะพูดคุยกับฟูจืออี้ก็แทบจะไม่มี พอตื่นนอนตอนเช้า ฟูจืออี้ก็ออกไปที่เรือนหน้าแล้ว
ส่วนตอนกลางคืน เนื่องจากยังเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน ฟูจืออี้จิง
กลับมานอนที่ห้องทุกคืน
ฟู่จื่ออี้เป็นคนพูดน้อ