สะใภ้รองน่ะแค่อิจฉาข้า! คิดจะยุแยงให้แม่สามีลูกสะใภ้ ผิดใจกัน ข้าไม่มีทางหลงกลนางเด็ดขาด!”
ภรรยาจางเสี่ยนยิ้มพลางเอ่ยเสริม “นั่นสิเจ้าคะ ขอเพียงสะใภ้สี่กับ
ท่านใช้ชีวิตร่วมกันอย่าง มีความสุข ก็ประเสริฐยิ่งกว่าสิ่งใดแล้วเจ้าค่ะ!”
หลานช๊อพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ
ในขณะที่ทางฝั่งบ้านสามบรรยากาศระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้
กําลังกลมเกลียวปรองดองกัน
แต่ทางฝั่งเรือนรุ่ยเชวียนกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าไปและฮูหยินใหญ่จีนชื่อสนทนาเรื่องอัน
ใดกัน ว่ากันว่าตอนที่จีนชื่อออกมา สีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
และยังมีข่าวลือแว่วมาอีกว่าพอกลับถึงเรือน นางก็หาข้ออ้างระบาย
โทสะลงกับบ่าวไพร่เสียยกใหญ่
เมื่อหลานชื่อได้รับข่าว ก็รีบเรียกตัวลู่เงินเงินมาหาทันที “สองวันนี้ เจ้าคอยติดตามแม่ให้ดี พยายามพูดให้น้อย และยอมลงให้คนบ้านใหญ่บ้าง
นะ”
ลู่เจินเจินงุนงง “ทําไมหรือเจ้าคะ? เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?”
หลานฮือกวาดสายตามองรอบห้อง เมื่อเห็นว่ามีเพียงคนกันเองจึง
กระชับเสียงเบา “ป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้าคงถูกฮูหยินผู้เฒ่า หนีมา สองสาม วันนี้พวกเราต้องระวังตัวกันหน่อย อย่าไปทําสิ่งใดให้ขวางหูขวางตานางเข้า
ลู่เจินเงินให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นางขยับเข้าไปกระซิบถามกลับ
“มิใช่ว่าป้าสะใภ้ใหญ่วางมือจากการดูแลงานในเรือนแล้วหรือเจ้าคะ?”
หลานชื่อหัวเราะในลําคอ “ปากบอกว่าไม่ดูแล แต่ความเคลื่อนไหวใน จวนนี้ ไม่มีอะ