แล้ว! นางจึงตกปากรับคําด้วยความยินดียิ่ง หลานชื่อเองก็พึงพอใจมาก
เช่นกัน
นางชอบเด็กอย่างลู่เจินเจิน ที่ไม่ว่าจะพูดคุยสิ่งใดด้วย ก็มักจะตอบ
รับอย่างร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
ไม่มีจริตจะก้านวางท่าปั้นปิ้ง วางตัวได้เปิดเผยจริงใจ
ไม่เหมือนลูกอนุภรรยาบ้านอื่นที่นางเคยพบเจอ หากไม่ทําตัวขี้ขลาด
ตาขาว ก็มักจะอืดออดหรือไม่แววตาก็เต็มไปด้วยความโลภและการคิด
คํานวณผลประโยชน์
ลูกสะใภ้คนนี้แต่งเข้ามาได้ถูกคนจริงๆ
แม้แต่ภรรยาของจางเสี่ยน บ่าวสินเดิมของหลานชื่อ ก็ยังอดไม่ได้ที่ จะเอ่ยปากว่า “นับตั้งแต่สะใภ้สี่แต่งเข้ามา ช่วงนี้นายหญิงยิ้มบ่อยยิ่งกว่า ตลอดทั้งปีรวมกันเสียอีกเจ้าค่ะ ทั้งเจริญอาหารขึ้น สีหน้าก็ดูสดใสเปล่งปลั่ง
ขั้นด้วย”
หลานชื่อหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ “ก็ใช่น่ะสิ สะใภ้สี่ของข้าหน้า ตาหมดจดงดงาม นิสัยใจคอก็ไม่คับแคบคิดเล็กคิดน้อย มองแล้วสบายตา ชวนให้รื่นรมย์ยิ่งนัก จะไม่ให้ข้าทั้งรักทั้งหลงนางได้อย่างไร! พี่สะใภ้รองยัง เคยมาแอบเตือนข้าว่าอย่าตามใจสะใภ้ใหม่จนเกินไปนัก ต้องรู้จักกดข่มนาง
ไว้บ้าง ให้สมกับมาดแม่สามี”
“หึ! ข้าไม่ฟังนางหรอก! ลูกสะใภ้รองบ้านนางน่ะวางท่า ‘ตาอยู่บน กระหม่อม [1] มองอะไรก็เห็นเป็นของชั้นต่ําไปหมด แทบจะดื่มน้ําค้างเพื่อ ให้บรรลุเป็นเซียนอยู่รอมร่อ นางยังทนรับไหวอยู่อีกหรือ?”
“สะใภ้สี่ของข้า กว่าสะใภ้สามตั้งเท่าไหร่! เด็กดีเยี่ยงนี้ ข้าทั้งรักทั้ง เอ็นดูแทบไม่ทัน พี่