สาวใช้รีบเดินออกมาต้อนรับพร้อมเชื้อเชิญทุกคนเข้าไปด้านในอย่าง
นอบน้อม
ฮูหยินผู้เฒ่าไปยังไม่ทันเสร็จสิ้นกิจธุระส่วนตัวด้านใน ทุกคนต่างรู้ หน้าที่พากันจับจองที่นั่งหรือยืนประจําจุดของตนตามระเบียบอย่าง
เคร่งครัด สาวใช้ประจําเรือนรุ่ยเหวียนทยอยยกน้ําชาและขนมว่างเข้ามารับ
รอง
ฮูหยินทั้งสามล้วนเก็บอาการได้ดีเยี่ยม แม้จะรู้ว่าเมื่อวานลู่เจินเจิ้นได้
รับของดีไปไม่น้อย แต่วันนี้เมื่อเจอหน้ากันก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไรให้มาก
ความ
หูชื่อนั้นถูกสาวใช้เกลี้ยกล่อมจนสงบสติอารมณ์ได้จึงยังวางตัวนิ่งเฉย
อยู่ได้ ส่วนชุนชื่อก็ได้แต่ชําเลืองมองลู่เจินเจินเป็นระยะ ในใจขบคิดทบทวน อย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าลู่เจินเจินมีดีกว่านางที่ตรงไหน?
มีเพียงจ้าวชื่อที่พอเห็นลู่เจินเจิน โดยเฉพาะยามเห็นหลานชื่อคอย
ประคบประหงมพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกับลูกสะใภ้อย่างออกนอกหน้า ใน ใจนางก็พลุ่งพล่านไปด้วยความริษยาอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว
“น้องสะใภ้สี่ อุตส่าห์กลับบ้านเดิมไปทั้งที แม้แต่ข้าวสักมื้อก็ยังไม่ได้ ตกถึงท้อง ซ้ําร้ายยังประกาศตัดญาติขาดมิตรกันเสียใหญ่โต จากนี้ไปคงไม่ มีใครให้เจ้าพึ่งพาได้อีก หากวันหน้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา คนอื่นเขามีบ้านเดิม คอยหนุนหลัง แต่เจ้ากลับไม่เหลือใครเลยสักคน! ไอ้หยา…. ช่างน่าสงสารเสีย
จริง”
นางจีบปากจีบคอกล่าวต่อ “อีกอย่าง การที่สองตระกูลเกี่ยวดองกัน ก็เพื่อเป็นกําาลังเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เดิมทีบ้า