นเจ้าก็เป็นแค่ขุนนางเล็กๆ ขั้นห้า ไม่อาจช่วยส่งเสริมอะไรน้องสี่ได้มากอยู่แล้ว แต่นี่เจ้ากลับทําลายกําลัง เพียงน้อยนิดนั้นทิ้งจนไม่มีเหลือ หากเรื่องแพร่งพรายออกไป เกรงว่าน้องสี่ กับจวนโหวจะกลายเป็นตัวตลกของเมืองหลวงไปเสียเปล่าๆ จะมีลูกสาวบ้าน
ไหนกัน เพิ่งแต่งออกไป กลับไปเยี่ยมบ้านครั้งแรกก็ตัดขาดกับบ้านเดิมเสีย แล้ว?”
ลู่เจินเจินไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทําไมจ้าวชื่อคนนี้ถึงได้จ้องจับผิดนาง ไม่เลิกรา นางเพิ่งแต่งเข้าจวนโหวได้เพียงวันที่สี่ ต่อให้เคยไปล่วงเกินจ้าวชื่อ
ก็คงไม่ได้มากมายอะไรนัก
แต่จ้าวชื่อกลับเล่นกัดไม่ปล่อยขนาดนี้ ใครไม่รู้คงนึกว่านางไปขุด หลุมศพบรรพบุรุษสกุลจ้าวมาแน่นอน!
สําหรับคนที่มีเจตนาร้ายอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ เป็นเงินไม่เคยคิดจะ
ไว้หน้าให้อยู่แล้ว
“พี่สะใภ้สาม ท่านพูดเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะเจ้าคะ! โบราณว่าไว้ อยู่บ้าน เชื่อฟังบิดา แต่งงานแล้วเชื่อฟังสามี ข้าแต่งให้ท่านสี่แล้ว วันหน้าย่อมเป็น สตรีของจวนโหว เป็นภรรยาของท่านสี่ ที่พึ่งพิงของข้าย่อมต้องเป็นจวนโหว และสามีสิเจ้าคะ”
“อีกอย่าง ในเมื่อแต่งเข้าจวนโหวมาแล้ว ย่อมต้องเชื่อใจจวนโหว อย่างเต็มเปี่ยม เชื่อมั่นในความสามารถและฝีมือของบุรุษจวนโหวสิเจ้าคะ
ข้าน่ะเชื่อใจจวนโหวและท่านสี่หมดใจ ทําไมฟังจากคําพูดพี่สะใภ้สามแล้ว กลับดูเหมือนไม่ค่อยเชื่อมั่นในจวนโหวของเรา แต่กลับไปเชื่อมั่นบ้านเดิม
เสียมากกว่าเล่าเจ้าคะ?”
สีหน้าที