ท่านโหวผู้เฒ่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะล้วงเอาโฉนดที่ดินใบหนึ่ง ออกมาจากกล่องบนโต๊ะหนังสือ แล้วโยนให้ฟู่จืออี้ “เมียเจ้าล่วงเกินบ้านเดิม ไปเสียขนาดนั้น จนไม่มีทางถอยกลับไปได้อีก สกุลฟูของเราจะปฏิบัติต่อนาง อย่างแล้งน้ําใจไม่ได้ ปู่คนนี้จะมอบทางรอดให้นางเอง! นี่เป็นที่ดินผืนเล็กๆ นอกเมือง ไม่ใหญ่โตอะไรหรอก แค่ร้อยกว่าหมู่ ยกให้เมียเจ้าเอาไว้เก็บกิน ผลประโยชน์รายปี เป็นเงินก้นถุงส่วนตัวของนางเถอะ”
ฟู่เฮ่ออิ้นชําเลืองมองแวบหนึ่ง โอ้โฮ! ที่ดินผืนนี้เป็นทําเลทองเชียว นะ ถึงจะไม่ใหญ่ แต่ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ รายได้ต่อปีก็ปาเข้าไปราวๆ ห้า ร้อยถึงหกร้อยตําลึงเงินเชียวนา
ท่านพ่อยังไม่เคยใจกับลูกชายอย่างเขาขนาดนี้มาก่อนเลย!
น่าอิจฉาจนแทบอยากจะร้องไห้!
ภายในเรือนรุ่ยเชวียน ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋และหลานชื่อกําลังมอง
ลู่เจินเจินด้วยสีหน้าปวดใจ
หลานชื่อถึงกับกุมมือลู่เจินเจินเอาไว้ พร่ําเรียกนางว่าลูกแม่ไม่หยุด ปาก “ลูกแม่ เด็กดี เจ้านี่ช่างน่าเวทนาแท้ ๆ ทําให้เจ้าต้องลําบากใจถึงเพียงนี้
แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋เอ่ยสําทับด้วยน้ําเสียงหนักแน่น “เด็กดี เจ้าต้อง
ลําบากแล้ว ที่เจ้าพูดมานั้นไม่ผิดเลย ยามนี้เจ้าคือละไภ้สกุลฟูของเรา การที่ เจ้าเห็นแก่สกุลฟู่ เห็นแก่สามีของเจ้าได้ขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าเจ้าเป็นคนรู้ ความแยกแยะถูกผิด วตีเป็น!”
“เจ้าวางใจเถิด ความลําบากใจของเจ้า พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่รับรู้แล้ว จะไม่