หลานชื่อเอ่ยปากทักทายตามมารยาทก่อนว่าคนบ้านสกุลลู่สบายดี
ลู่เจินเจินสีหน้าไม่เปลี่ยน หัวใจไม่เต้นแรง
“ลําบากท่านแม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาสบายดีกันทุกคนเจ้าค่ะ”
หลานชื่อชะงักไป คําพูดต่อจากนั้นก็ถามออกไปได้ยาก นางครุ่นคิด
อยู่ครู่หนึ่งถึงถามต่อว่างานเลี้ยงกลับบ้านเดิมเป็นอย่างไรบ้าง?
ลู่เจินเจินรู้ดีว่า ฉากสําคัญมาถึงแล้ว
นางปรับสีหน้าให้ดูจริงจังทันที แล้วกล่าวด้วยความรู้สึกผิด
“พูดถึงงานเลี้ยงกลับบ้านเดิม ลูกสะใภ้รู้สึกละอายใจต่อท่านลี่ ละอาย ใจต่อท่านแม่ และละอายใจต่อจวนโหวเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านสี่อุตส่าห์ตามข้า กลับไปเยี่ยมบ้านเดิม แต่กลับไม่ได้กินข้าวแม้แต่คําเดียว พวกเราต้องไปกิน
ข้าวที่ภัตตาคารเต๋อเยว่แล้วถึงกลับมาเจ้าค่ะ”
หลานชื่อรีบถามคําถามที่ทุกคนอยากรู้ “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกัน
แน่?”
บ่าวไพร่ที่กลับมารายงานก่อนหน้า พูดจาอึกอักจับใจความไม่ไ
บอกแค่ว่าตอนแรกเข้าบ้านสกุลคู่ก็ปกติดี คนสกุลลู่ออกมาต้อนรับยิ้มแย้ม
แจ่มใส
จากนั้นท่านก็ถูกนายท่านลู่และคุณชายใหญ่ลู่เชิญไปที่ห้องหนังสือ
สะใภ้สี่เดินตามนายหญิงสกุลลู่และพวกคุณหนูไปยังเรือนหลัก ทาง นายหญิงยังได้จัดเตรียมสํารับอาหารไว้เลี้ยงรับรองพวกบ่าวไพร่ โดยสั่งให้
พ่อบ้านและแม่นมคนสนิทของสกุลลู่มาคอยอยู่รับรองด้วย
ทุกอย่างดูปกติดี แต่จู่ๆ ตอนที่งานเลี้ยงกําลังจะเริ่ม ท่านสี่และสะใภ้
สี่กลับเดินออกมา
คนสกุลลู่เดินตามมาส่งที่ด้านหลัง สีห