ล็กๆ แต่รู้ความมีเหตุผล ใช้ได้! ใช้ได้!” ทว่าท่านโหวผู้เฒ่ากลับโพล่งถามขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “แล้วเมียของเจ้าจะไม่สนใจมารดาบังเกิดเกล้าของนางจริงๆ หรือ?”
ฟู่จื่ออี้หลุบตาลงต่ําเล็กน้อย “ย่อมไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ! หลานสะใภ้ของ ท่านปู่กล่าวว่า อยู่บ้านเชื่อฟังบิดา แต่งงานแล้วเชื่อฟังสามี! นางเป็นสะใภ้ สกุลฟู่แล้ว ย่อมต้องเชื่อฟังหลานที่เป็นสามีขอรับ! ส่วนอี้เหนียงของนางแต่ง ให้ใต้เท้าลู่ ก็ต้องเชื่อฟังใต้เท้าลู่เช่นกัน นางในฐานะลูก จะไปพรากสามี ภรรยาจากกันได้อย่างไร? อีกอย่าง ขอเพียงแค่นางยังอยู่ในสกุลฟูสักวัน หนึ่ง อี๋เหนียงของนางย่อมปลอดภัยไปอีกวันหนึ่งขอรับ” ท่านโหวผู้เฒ่าระเบิดเสียงหัวเราะร่าออกมา “ไม่เลว ไม่เลว! เมียเจ้า คนนี้ช่างมีไหวพริบจริงๆ ไม่เพียงแยกแยะความหนักเบาได้ชัดเจน ยังรู้จัก ตัดใจวางมือได้อีกด้วย”
“ดี! สมกับเป็นหลานสะใภ้ที่ดีของสกุลฟูเราจริงๆ เจ้าสี่เอ๊ย… เมียคนนี้ เจ้าแต่งมาถูกคนแล้ว แม้ชาติกําเนิดจะต่ําต้อยไปบ้าง แต่ความคิดความอ่าน กลับไม่ธรรมดา! วันหน้าก็ดีกับนางให้มากๆล่ะ”
ฟูจีออี้กล่าวด้วยนํ้าเสียงจริงจัง “ขอท่านปู่และท่านพ่อโปรดวางใจ ใน เมื่อแต่งเป็นสามีภรรยากันแล้ว ย่อมต้องจับมือร่วมชีวิตกันไปจนแก่เฒ่ายอ
รับ”
ท่านโหวผู้เฒ่าพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ได้! เช่นนั้นปู่ก็วางใจ วันนี้
หลานสะใภ้คนดีของข้าทําเพื่อสกุลฟูของเรา เข้าใจในคุณธรรมความถูกต้อง ยอมหักใจตัดขาดญาติมิ