าหลาน
สะใภ้ พอไปถึงเรือนหลัก ก็พบว่าฮูหยินสกุลลู่กําลังข่มขู่หลานสะใภ้ของท่าน ปู่ บีบบังคับให้นางอย่าลืมหาผลประโยชน์เข้าสกุลลู่ ทางที่ดีต้องหาทาง ยัดเยียดลูกสาวที่เหลือของสกุลลู่ แต่งเข้าไปในตระกูลที่มีความเกี่ยวข้องกับ จวนโหวของเราให้ได้”
“ไร้ยางอายลิ้นดี!” นายท่านสามฟูเฮ่ออิ้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา
ก่อนใครเพื่อน
ท่านโหวผู้เฒ่าถลึงตาใส่นายท่านสาม แล้วเอ่ยถามอย่างเนิบนาบว่า “
แล้วเมียเจ้ามีท่าทีอย่างไร? นางยอมตกลงหรือไม่?”
ฟู่จื่ออี้ส่ายหน้า ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “หลานสะใภ้ของท่านมี หรือจะยอมฟัง นางปฏิเสธไปทันที แต่กลับถูกแม่ใหญ่ของนางเอาเรื่อง มารดาแท้ๆ ที่เป็นอนุภรรยามาข่มขู่! จนบีบให้หลานสะใภ้ของท่านต้องแตก หักกับแม่ใหญ่ และประกาศตัดขาดกับสกุลลู่ขอรับ!”
“โอ้? สกุลลู่เลี้ยงดูเด็กสาวที่รักศักดิ์ศรีเช่นนี้ออกมาได้ด้วยรึ?” ท่าน โหวผู้เฒ่าเริ่มนึกสนใจขึ้นมา
ฟู่จืออี้สีหน้าเรียบเฉย “หลานสะใภ้ของท่านปู่กล่าวว่า แม้นางจะเป็น ลูกสาวสกุลลู่ แต่ยามนี้นางคือสะใภ้สกุลฟู่! ย่อมต้องเห็นแก่จวนโหวสกุลฟู เป็นสําคัญ เห็นแก่สามีเป็นที่ตั้ง! นางได้ทดแทนบุญคุณการเลี้ยงดูของสกุลลู่ ไปหมดแล้ว ต่อไปนางก็คือคนของสกุลฟู! จะให้นางทําเรื่องที่ส่งผลเสียต่อ ผลประโยชน์ของสกุลฟู ย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดขอรับ!”
นายท่านสามได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะร้องชมออกมา “ดี! เจ้าสี่… เมียคนนี้ เจ้าเลือกไม่ผิด แม้จะมาจากตระกูลเ