มารยาทกับฟู่จื่ออี้เพียงสองสามประโยค แล้วก็ก้มหน้า
ก้มตาจัดการอาหาร เพื่อเติมเต็มกระเพาะ
ฟูจืออี้มีความอดทนสูงยิ่ง เขาอยู่ทานมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนลู่เจินเจินจน
อิ่มหนํา จากนั้นจึงสั่นกระดิ่งเรียกเสี่ยวเอ้อร์ขึ้นมาเก็บกวาดถ้วยชาม แล้ว
เปลี่ยนนําชาหอมกรุ่นมาวางแทน
ต่อให้ลู่เจินเจินจะความรู้สึกช้าแค่ไหน ก็ยังดูออกว่าฟู่จื่ออี้ตั้งใจจะ
สนทนากับนางอย่างจริงจังแล้ว
ประจวบเหมาะกับ นางเองก็มีเรื่องจะพูดกับฟูจืออี๋เช่นกัน
เวลานี้ทั้งสองคนกลับใจตรงกันอย่างน่าประหลาด ฟู่จืออี้เป็นฝ่าย
เอ่ยปากขึ้นก่อน “วันนี้เจ้าก่อเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ เท่ากับเป็นการตัดทาง หนีทีไล่ของตัวเองทิ้งไปแล้ว เจ้ามีแผนการอย่างไร? หรือต้องการให้จวนโหว ทําสิ่งใดให้หรือไม่?”
เรื่อง ฟูจิอ ไม่เข้าใจจริงๆ
เขารู้ดีว่าตระกูล ปฏิบัติต่อลู่เจินเจินไม่ดี แต่ในยุคสมัยนี้ ต่อให้บุตร สาวได้รับความน้อยเนื้อต่ําใจไม่เป็นธรรมเพียงใด ก็ไม่มีใครที่พอแต่งออกไป แล้วจะประกาศตัดขาดกับบ้านเดิมทันทีเช่นนี้
สตรีในใต้หล้า หากต้องการยืนหยัดในบ้านสามีได้อย่างมั่นคง นอก
จากการให้กําเนิดบุตรสืบสกุลให้บ้านสามีแล้ว ยังต้องอาศัยบารมีของบ้าน
เดิมเป็นที่พึ่งพิงอีกด้วย
ลู่เจินเจินยังไม่มีลูกกับเขา ซ้ํายังตัดหนทางบ้านเดิมทิ้งไปเสียแล้ว
นางไม่กลัวเลยหรือว่าหากวันใดวันหนึ่งเขาเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา ถึงเวลานั้น
นางจะไม่มีทางถอยให้เดินแม้แต่ก้าวเดียว?
นางจําเป็