นต้องทุ่มสุดตัวขนาดนี้เชียวหรือ? หรือจะมีจุดประสงค์อื่น
แอบแฝง?
ดวงตาคู่นั้นของฟูจืออี้จ้องมองลู่เจินเจินเขม็ง ไม่ยอมปล่อยให้สีหน้า หรือแววตาของนางหลุดรอดสายตาไปแม้แต่นิดเดียว
ลู่เจินเจินสูดปากจิบชา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากอย่างตรง ไปตรงมาว่า “เป็นเพราะสําหรับข้าแล้ว บ้านเดิมยังพึ่งพาไม่ได้และไม่น่าเชื่อ ถือเท่าท่านสี่เจ้าค่ะ”
สําหรับความไว้วางใจที่ลู่เจินเจินมอบให้นี้ แม้ใบหน้าของฟูจืออี๋จะไม่
แสดงอารมณ์ใดๆ ทว่าในดวงตาที่ลึกล้ําคู่นั้นกลับมีประกายความพึงพอใจ
พาดผ่านวูบหนึ่ง แต่ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
เขาส่งเสียง ‘อ้อ’ ในลําคอเบาๆ ไม่ได้บอกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ
ลู่เจินเจินรู้สึกว่าต้องพูดให้กระจ่างแจ้งยิ่งกว่านี้ เพื่อให้ฟูจีอ เชื่อใจ
นางมากขึ้น
“การตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลลู่ คือ หนังสือสวามิภักดิ์ [1] ที่ข้า มอบให้ท่านเจ้าค่ะ! ข้ารู้ดีว่าข้อตกลงระหว่างเราสองคน ลําพังแค่คําพูดนั้น ไร้หลักฐาน และไร้น้ําหนักเกินไป ท่านคงกําลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาข้าอยู่ ข้าจึงอยากให้ท่านได้เห็นถึงความจริงใจของข้า”
“ถึงแม้ตัวข้าไม่อาจเป็นกําลังหนุนให้ท่านได้มากนัก แต่ข้าก็จะไม่ ยอมเป็นตัวถ่วงแย้งยาของท่านเป็นอันขาด คนสกุลลู่เปรียบเสมือนฝูงปลิงที่ หิวกระหาย เพียงแค่ได้ยินเสียงน้ําไหว ก็พร้อมจะพุ่งเข้ามาเกาะดูดเลือดกิน เนื้อ…ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม หากวันนี้ข้าไม่ก่อเรื่องราวใหญ่โตเ