ง! นางคิดเช่นนั้นจริง ๆ!
หวังชื่อไม่เคยเจอเรื่องรับมือยากขนาดนี้มาก่อน นั่นเป็นเพราะฐานะ
ของลู่เจินเจินในยามนี้ สูงส่งเกินกว่าที่นางจะจัดการได้โดยง่ายเสียแล้ว
หากเป็นจริงดังที่ลู่เจินเจินว่า นางก็เปรียบเสมือนคนเท้าเปล่าไม่กลัว คนใส่รองเท้า 111 หากไปบีบคั้นนางมากเข้า สกุลลู่คงรับมือคนบ้าเช่นนี้ไม่ไหว
แน่
คุณหนูทั้งสามแห่งสกุลลู่ที่อยู่ข้างๆ ต่างตกใจจนรีบไปหลบหลังหวัง
ชื่อ ตัวสั่นงันงก
พวกนางเองก็นึกไม่ถึงว่า ลู่เจินเจินที่วันๆ เอาแต่หัวอ่อนว่านอนสอน ง่าย ไร้ปากเสียง พอได้บ้าขึ้นมา จะน่ากลัวถึงเพียงนี้
ประตู
ฮือๆๆ ช่วยด้วย!
โชคดีที่ลู่เหลียนเหลียนตาไว มองเห็นกลุ่มของลู่ชื่อเจี้ยที่ยืนอยู่หน้า
นางดีใจจนเนื้อเต้น รีบวิ่งถลาออกไปข้างนอกทันที ปากก็ตะโกนลั่น ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! ช่วยด้วยเจ้าค่ะ! ลู่เจินเจินนาง… นางบ้าไปแล้ว!” พอวิ่งไปถึงตรงหน้า ชื่อเจี่ย เมื่อเหลือบไปเห็นฟูจืออี๋ที่ยืนอยู่ด้าน หลัง แววตาของลู่เหลียนเหลียนก็ไหววูบ จู่ๆ เท้าเจ้ากรรมก็เกิดทรงตัวไม่ อยู่ ร่างกายจิงเชถลาพุ่งเข้าหาอ้อมอกของฟูจืออี๋
ขณะที่เห็นว่าจะพุ่งเข้าสู่อ้อมอกของฟูจืออี๋อยู่รอมร่อ ลู่เหลียน
เหลียนก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วหลับตาลง
ขอเพียงวันนี้ฟู่จืออี๋รับนางไว้ จนเกิดการแตะเนื้อต้องตัวกัน นางก็จะ มีข้ออ้างหาทางแต่งเข้าจวนโหวได้
นางเป็นลูกอนุสกุลลู่เหมือนกัน แต่เพราะขี้เหนียงของนางเป็นที่โปรด