้ายังบังอาจกล้าต่อปากต่อคําอีกหรือ?”
“นี่ถือดีว่าได้แต่งงานสูงศักดิ์ ก็เลยไม่เห็นหัวคนบ้านเดิมแล้วใช่หรือ ไม่? วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจํา จะได้รู้สํานึกเสียบ้างว่า…. ต่อให้เจ้าแต่ง ออกไปอยู่จวนโหวแล้ว แต่สําหรับสกุลลู่ เจ้าก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งของพวก เราเท่านั้น! หากกล้าไม่เชื่อฟัง ต่อให้ข้าตบตีเจ้าข้าอยากจะรู้นักว่าใครหน้า ไหนจะกล้าออกหน้าแทนเจ้า?”
หวังชื่อและพี่น้องสกุลลู่ ต่างเผยสีหน้าสะใจออกมา คําพูดของลู่เจียว เจียวช่างตรงใจพวกนางเหลือเกิน
ก่อนแล้ว!
แต่มีหรือลู่เจินเจินจะยืนเฉยๆ ให้ตบ นางระแวดระวังคนสกุลลู่อยู่
ทันทีที่ลู่เจียวเจียวเงื้อมือ ขึ้น ลู่เจินเจินก็สืบเท้าถอยหลังแล้วฉวย คว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนจะสะบัดหลังมือตบสวนกลับไปฉาดใหญ่! “เพียะ…” เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว
จากนั้นก็บิดแขนกลับหลัง ลู่เจียวเจียวร้องโอดโอยเซถลาไปข้างหน้า
ลู่เจินเจินอาศัยจังหวะนั้นเตะอัดเบ้าที่บ่อพับเข่าของลู่เจียวเจียว าไปอีกที
ตุบ! ลู่เจียวเจียวคุกเข่าลงกับพื้นทันที!
กระบวนท่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องรวดเร็วในชั่วอึดใจเดียว
กว่าหวังชื่อและคนอื่นๆ จะตั้งสติได้ ลู่เจียวเจียวก็แหกปากร้องไห้โวยวาย กางกรงเล็บหมายจะเข้าไปข่วนหน้าลู่เจินเจินให้แหลกคามือ
ทนไหว
หวังชื่อรักลูกสาวคนเล็กที่สุด เมื่อเห็นนางต้องเจ็บตัวเช่นนี้ มีหรือจะ
นางตะโกนสั่งทันที “เด็กๆ! จับตัวคุณหนูรองไว้ ตบปาก
นา