นทิวทัศน์ถนนหนทางในยุคโบราณมาก่อน รู้สึก
ว่าช่างเต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวา ต่างจากความเคร่งขรึมในจวนโหวอย่าง
สิ้นเชิง
นางอดใจไม่ไหวต้องแง้มม่านหน้าต่างรถม้าออกเล็กน้อย เอาใบหน้า
แนบยอบหน้าต่าง จ้องมองตาไม่กะพริบ
ฟู่จืออี้นั่งตัวตรงอยู่ด้านข้าง หลับตาพักผ่อน ปล่อยให้ลู่เจินเจินส่ง
เสียงร้องอุทานสลับหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว โดยไม่มีท่าทีรําคาญแม้แต่
น้อย
รถม้ามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อยู่ราวครึ่งชั่วยาม สภาพ
แวดล้อมรอบด้านก็กลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง
ในเมืองหลวงมีคํากล่าวว่า “ตะวันออกยากจน ตะวันตกมั่งคั่ง ทิศใต้
สูงศักดิ์ ทิศเหนือต่ําต้อย” [2]
จวนของเหล่าขุนนางชั้นสูงมักจะอยู่กันทางทิศใต้ของเมือง
แต่จวนสกุลลู่อยู่ค่อนไปทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ แม้บรรพบุรุษจะ รับราชการมาหลายรุ่น แต่ก็เป็นเพียงขุนนางระดับล่างกั้นห้าขั้นหก เก็บเงิน มาหลายชั่วคนกว่าจะซื้อบ้านหลังเล็กๆ ในมุมเปลี่ยวแถบตะวันออกเฉียงใต้
ม
ได้
บริเวณแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นที่พักของขุนนางเล็กๆ ระดับขั้นห้าขั้นหก
บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบสงบ
เพราะรู้ว่าวันนี้ลู่เจินเจินจะกลับมาเยี่ยมบ้าน สกุลลู่จึงเปิดประตูใหญ่
รอไว้แต่เช้า
บริเวณหน้าประตูถูกกวาดถูทําความสะอาดหลายรอบ ซ้ํายังพรมน้ํา
สะอาดเพื่อกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
ทุกชั่วอึดใจ จะมีคนเฝ้าประตูวิ่งออกมาชะเง้อคอมองที่ปากตรอก ดู ว่ารถม้าของจวนโหวมาถึงหรือยัง
ไม่รู้ว่าวิ่งออกมาดูกี่รอบแล