ย้มต้อนรับ
สองสามีภรรยา กําชับความไม่กี่ประโยคก็อนุญาตให้ทั้งคู่เดินทางออกไปได้
อย่างง่ายดาย ดูเหมือนจะไม่ระแคะระคายเรื่องข่าวลือที่กําลังแพร่สะพัดไป ทั่วจวนเลยแม้แต่น้อย
ผิดกับหลานชื่อที่มีท่าทีอึกอัก “คล้ายมีเรื่องอยากพูด” อยู่ถึงสองครั้ง
คาดว่าคงอยากจะเอ่ยเตือนเรื่องข่าวลือ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันมงคล ที่ลูกสะใภ้ต้องกลับบ้านเดิม เกรงว่าพูดไปจะไปทําลายบรรยากาศเปล่าๆ สุดท้ายเลยเลือกที่จะเงียบ และกําชับให้ดูแลกันดีๆ ก่อนจะปล่อยทั้ง
คู่ไป
กว่าหูซื่อจะรีบเร่งรุดมาถึง ทั้งสองคนก็ขึ้นรถม้าและเคลื่อนขบวน
ออกจากประตูใหญ่ไปไกลแล้ว
หูชื่อได้แต่คับแค้นใจยิ่งนัก ผ้าเช็ดหน้าในมือถูกบิดจนกลายเป็น
เกลียวแทบขาด นางจ้องมองประตูชั้นสองอยู่ครึ่งค่อนวัน
จวบจนสาวใช้คนสนิทเกลี้ยกล่อมอยู่นาน นางถึงยอมกระทืบเท้าหัน
หลังกลับอย่างอึดอัด
ทว่าเดินไปได้เพียงสองก้าว ปลายเท้าพลันเปลี่ยนทิศ มุ่งหน้าไปยัง “
เรือนรุ่ยเชวียน’ แทน
อีกด้านหนึ่ง รถม้าโคลงเคลงออกจากประตูใหญ่จวนโหว มุ่งหน้าไป
ทางทิศตะวันออก
ละแวกจวนหนิงผิงโหวเป็นย่านที่พํานักของขุนนางตระกูลสูงศักดิ์ จึง
ไม่ค่อยเห็นผู้คนพลุกพล่านนัก สองข้างทางล้วนเป็นกําแพงสูงตระหง่านของ คฤหาสน์ใหญ่โตที่เงียบสงบ รถม้าวิ่งไปได้หลายลี้ บรรยากาศรอบข้างจึงเริ่ม เปลี่ยนไป ร้านรวงและบ้านเรือนชาวบ้านเริ่มหนาตาขึ้น บรรยากาศเริ่มคึก
คักมีชีวิตชีวา
ลู่เจินเจินยังไม่เคยเห็