ชื่อโกรธจนนอนไม่หลับทั้งคืน วันนี้พอลู่เจินเจินโผล่มา นางจึง
เต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
เรื่องของรับไหว้เมื่อวานยัง “จุกอก” ไม่หาย มาวันนี้ยังต้องมาเห็นกับ ตาว่าฮูหยินผู้เฒ่ายกผ้าแพรสีแดงไห่ถึงล้ําค่าให้ลู่เจินเจินเพียงคนเดียวอีก
จ้าวชื่อจึง’สติหลุด’ ทันที
“ท่านย่าช่างลําเอียงนัก! พอมีหลานสะใภ้คนใหม่เข้าบ้าน ก็หลงลืม
หลานสะใภ้คนเก่าๆ อย่างพวกเราทิ้งไว้เบื้องหลังเสียสิ้น ผ้าไหมล้ําค่าขนาดนี้ พวกหลานอยากได้แทบตาย ท่านย่ายังตัดใจให้ไม่ได้ มาวันนี้กลับยกให้น้อง สะใภ้สี่คนเดียว เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ในใจท่านย่า มีแต่น้องสะใภ้สี่เท่านั้น”
ออกมา
น้ําเสียงนั้นเจือปนไปด้วยความริษยาจนส่งกลิ่น ‘เปรี้ยว’ คละคลุ้ง
“พี่สะใภ้ใหญ่ เมื่อก่อนท่านเป็นถึงหลานสะใภ้คนโปรดของท่านย่า
แท้ๆ! ยามนี้มีถูกน้องสะใภ้สี่แย่งตําแหน่งไปเสียแล้วหรือ…”
ใบหน้าของหูชื่อพลัน “ดําทะมึน ลงทันตา
“เฮ้อ… น้องสะใภ้สี่ เจ้าช่วยสงเคราะห์พี่สะใภ้หน่อยสิว่าต้องทําเช่นไร ถึงจะประจบประแจง ให้ท่านย่าโปรดปรานจนลําเอียงเข้าข้างเจ้าถึงเพียงนี้?
ลําพังเพียงของรับขวัญเมื่อวานที่ได้มากกว่าพวกเราข้าก็ช่างเถอะ แต่นี่มีของ ดีสิ่งใดท่านย่ากลับนึกถึงแต่เจ้า เจ้าช่วยชี้แนะให้พี่สะใภ้ได้เรียนรู้บ้างเถิด ข้า จะได้จดจําไปทําตาม เผื่อท่านย่าจะเมตตาตกรางวัลให้ข้าบ้าง”
สนิทสนม
เจ้าค่ะ!”
นางเอ่ยพลางส่งยิ้มเสแสร้ง ทําท่าจะเอื้อมมือแขนลู่เจินเจินอย่าง
ลู่เจิน