ุรุษก็คงมีควันเขียวพวยพุ่ง [1] แล้ว วันหน้ามีกินมีใช้ เสพสุขกับลาภยศสรรเสริญ มีดีกว่าแต่งเข้า ตระกูลต่ําต้อยทั้งร้อยเท่าพันทวีหรอกหรือ? ยิ่งได้ประจักษ์ว่าลู่เจินเจินเบิกบานสําราญใจ สีหน้าเปล่งปลั่งมีน้ํา มีนวล พลังชีวิตเปี่ยมล้นประหนึ่งต้นกล้ายามรับน้ําค้าง แม้แต่เสียง
คารวะก็ยังดังกังวานมีพลังยิ่งกว่าผู้ใด ฮูหยินผู้เฒ่าไปซื้อยิ่งมองก็ยิ่งถูกชะตา…. ธรรมดาคนเราเมื่อล่วง เข้าสู่ปัจฉิมวัย ก็มักจะชอบมองเด็ก ๆ ที่ร่าเริงสดใสและเต็มไปด้วยชีวิต ชีวาเช่นนี้เป็นธรรมดา
นางกวักมือเรียกเงินเงินให้ขยับเข้าไปใกล้ พินิจมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
“สะใภ้สี่ยังอายุน้อย สวมใส่สีแดงแล้วดูขึ้นยิ่ง มิใช่เพียงอาภรณ์
ส่งเสริมคน ทว่ากลับเป็นคนส่งเสริมให้อาภรณ์ดูงดงามโดดเด่นขึ้นม
ถนัดตา”
ว่าแล้วก็หันไปสั่งสาวใช้คนสนิทนามว่า “เงินจู “ไปเปิดหีบของข้า แล้วเอาผ้าไหมสีแดงดอกไม่ถึงสองพับนั้น ออกมามอบให้สะใภ้สี่ เอาไปตัดชุดสวมใส่เล่นสักสองสามชุดเถิด หาก ทิ้งไว้เฉย ๆ มิทันได้ใช้งานเห็นทีจะเสียของเปล่า”
ๆ
สิ้นคํากล่าวนี้… สีหน้าของทุกคนในห้องพลันเปลี่ยนไปโดย
พร้อมเพรียงกัน
เชิงอรรถ