ลูกผู้ชายอันเปราะบาง” ของเขาเข้าจะทําอย่างไร? ช่างเถอะ…. แกล้งทําเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเสียก็สิ้นเรื่อง อย่างไรเสีย คนที่อึดอัดใจก็ไม่ใช่ตัวนางเสียหน่อย!
หลังจากปลอบใจตัวเองสําเร็จ นางก็เช็ดผมต่อไปเหมือนไม่มี
อะไรเกิดขึ้น เพียงแต่เร่งมือให้เร็วขึ้นนิดเพื่อจบภารกิจนี้ให้ไวที่สุด
ท่ามกลางแสงตะเกียงสลัวราง ความเงียบงันที่ปกคลุมคนทั้งสอง กลับก่อเกิดบรรยากาศคลุมเครือชวนวาบหวามขึ้นมาอย่าง
ประหลาด จู่ๆ ฟูจือ ก็รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขา กลืนน้ําลายอึกใหญ่พลางกระแอมไอไล่ความรู้สึกแปลกๆ พยายามหา เรื่องชวนสนทนาเพื่อทําลายความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วนนี้
“ในเมื่อให้ตั๋ว
มื่อให้ตั๋วเงินไปแล้ว มีสิ่งใดต้องใช้ก็จงใช้ไปเสีย อย่าได้เอา นิสัยคิดเล็กคิดน้อยเหมือนยามอยู่บ้านสกุลมาใช้ที่นี่ ประเดี๋ยวจะพาล
ขายหน้าคนอื่นเขาเสียเปล่าๆ”
ฟูจือ กล่าวด้วยน้ําเสียงวางอํานาจ
พอพูดจบก็รู้สึกว่าถ้อยคําดูจะไม่เหมาะสมนัก ถึงอย่างไรนางก็
เป็นภรรยาในนาม เป็นสตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ต่อให้เขาเจตนาดีอยากจะ เตือนสติเพียงใด ก็ควรใช้ถ้อยคําที่นุ่มนวลกว่านี้
ในใจอยากปรารถนาจะแก้ตัวสักสองสามประโยค แต่คําพูดมาจ่อ
อยู่ที่ริมฝีปากแล้ว กลับรู้สึกกระดากอาย สุดท้ายจึงกลืนกลับลงท้องไป ได้แต่ลอบชําเลืองมองดูเงินเงินด้วยหางตาเงียบๆ
ทางด้านเงินเงินเมื่อได้ยินเช่นนั้น กลับไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจแม้
เพียงกระผีกชิ้น
แจ่มแจ้ง
โถ… บอสก็