่ยง… ขอเพียงนางกับฟู่จืออี้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก ลู่เจินเจินสูดลมหายใจเข้าลึก ลุกขึ้นยืนประกาศจุดยืนอย่างหนักแน่นด้วยน้ำเสียงฉะฉานจริงจัง
“ในเมื่อข้าแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้สกุลฟู่แล้ว อยู่ก็เป็นคนของสกุลฟู่ ตายก็ขอเป็นผีของสกุลฟู่!”
นัยน์ตาของฟู่จืออี้ไหววูบ เขาปรายตามองลู่เจินเจินด้วยสีหน้ายิ้มกึ่งไม่ยิ้ม ลู่เจินเจินรู้ดีว่าถึงนางจะแสดงเจตจำนงไปแล้ว แต่ฟู่จืออี้คงยังไม่เชื่อสนิทใจ ใครมันจะไปยอมรับเรื่องแต่งงานกับผู้ชายที่ไร้สมรรถภาพได้เร็วปานนี้?
คนที่จะก้าวขึ้นไปเป็นขุนนางใหญ่ อำนาจล้นฟ้าในภายภาคหน้าย่อมมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว นางมีลูกไม้ตื้นเขินเพียงเท่านี้อย่าได้ริไป ‘รำขวานหน้าบ้านลู่ปั้น’ ให้ขายหน้าเลยจะดีกว่า นางจึงตัดสินใจเปิดอกคุยกันตรงๆ ไปเลย
“ข้าเป็นเพียงบุตรสาวอนุภรรยาต่ำต้อย ได้แต่งเข้าสกุลฟู่ นับว่าวาสนาสูงส่งเกินเอื้อมแล้วเจ้าค่ะ หากท่านสี่มอบหนังสือหย่าให้ ข้ายามกลับไปจวนสกุลลู่ จุดจบย่อมหนีไม่พ้นถูกจับใส่ตะกร้าล้างน้ำส่งไปแต่งงานไกลๆ หรือไม่ก็ต้องตกเป็นอนุภรรยาของตาเฒ่าสักคน อีกประการ ข้าล่วงรู้ความลับของท่านเข้าแล้ว ต่อให้ท่านวางใจปล่อยข้าไป แต่ผู้อื่นเล่า… จะวางใจได้หรือ? ข้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอที่รักตัวกลัวตาย ปรารถนาเพียงชีวิตสงบสุข การได้พำนักในสกุลฟู่ ครองคู่กับท่านเยี่ยง ‘สามีภรรยาที่ต่างเคารพซึ่งกันและกันดั่งแขกเหรื่อ’ สำหรับข้าแล้ว… นับเ