ป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเจ้าค่ะ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าจะร่วมมือกับท่านอย่างเต็มที่ จะไม่เป็นตัวถ่วงท่านเด็ดขาด! ข้าขอสาบานต่อฟ้าดิน… หากแม้ข้ามีจิตคิดร้ายต่อท่านสี่เพียงครึ่งส่วน ก็ขอให้คนสกุลลู่ทั้งตระกูลต้องตายตกตามกันอย่างอนาถเถิด!”
ลู่เจินเจินกล่าวคำสาบานด้วยน้ำเสียงฉะฉาน สีหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกผิด หากมีผลกรรมอันใด ก็เชิญไปลงที่คนสกุลลู่เถิด เกี่ยวอันใดกับวิญญาณแปลกหน้าอย่างนางเล่า? พึงรู้ไว้ว่าเจ้าของร่างเดิมถูกบ้านเดิมผลักไสให้มาแต่งงานเพื่อ ‘แก้เคล็ด’ แทน ‘ลู่หู่’ คุณชายใหญ่สกุลลู่ นางจึงหาได้มีความผูกพันฉันญาติมิตรใดๆ กับคนเหล่านั้นอีก
ฟู่จืออี้เพิ่งจะได้พินิจมองเจ้าสาวตรงหน้า… ภรรยาในนามของตนอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรก รูปร่างอรชรบอบบาง รูปโฉมงดงามหมดจด โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่กระจ่างใสเปิดเผย เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ยามนี้ยังแฝงแววเจ้าเล่ห์ซุกซน ทว่ากลับไม่ทำให้ผู้มองรู้สึกรังเกียจ
ก่อนหน้านี้เขาเคยส่งคนไปสืบนิสัยใจคอของคุณหนูรองสกุลลู่ ได้ความว่าเป็นคนอ่อนโยนว่าง่าย หัวอ่อนควบคุมได้ง่ายที่สุด มิเช่นนั้นเขาคงไม่ตกปากรับคำแต่งงานครั้งนี้แน่ ทว่าสตรีตรงหน้า กลับไม่มีท่าทีว่าจะหัวอ่อนให้ใครเชิดได้ง่ายๆ เลยสักนิด สรุปแล้วสกุลลู่สับเปลี่ยนตัวเจ้าสาว? หรือคุณหนูรองสกุลลู่ซ่อนเร้น ‘คมในฝัก’ มาตลอด? หรือนางอาจจะมีแผนการอื่นแอบแฝง?
ฟู่จืออี้หรี่ตาลงซ่อนเร้นประกายลึกล้ำ กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรีย