รากลับไม่รู้เลยว่าผู้ใดสังหารพวกเขา ช่างน่าเศร้านัก…ทหารแห่งจักรวรรดิควรได้ตายตกในสนามรบอย่างมีเกียรติ มิใช่เพราะดาบอันน่ารังเกียจเหล่านี้!”
“ถังปี่”
ถังหลานมองชายชราเบื้องหน้าด้วยแววตาไร้อารมณ์ “ข้ามักจะเอาตัวรอดอย่างมีชั้นเชิงเสมอ แต่ขณะนี้ข้ากำลังจะตายเพราะกลอุบายของผู้อื่น ข้ายอมไม่ได้…”
ถังปี่กล่าว “ฝ่าบาททรงคิดว่าเป็นฝีมือของผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ?”
“นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว” ถังหลานกล่าว “ฉินอินต้องการให้ข้าตาย ฉินอี้ก็ไม่ต่างกัน หลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิง ซูมู่หยุน และคนอื่นๆ ต่างก็กระหายจะฉีกเนื้อหนังของข้าเป็นชิ้นๆ แม้แต่ผู้คนในจักรวรรดิอี้เหอก็ยังต้องการให้ข้าถูกสังหาร หึ ตระกูลเป่ยฉีรึ…ถังหลานผู้นี้ไม่เคยสยบแทบเท้าใคร เหตุใดจึงต้องหวาดกลัวคนเหล่านี้ ทว่ายามนี้…ข้าคงต้องพึ่งจมูกของพวกเขาหายใจอย่างเลี่ยงไม่ได้”
“ฝ่าบาท…” ถังปี่กล่าวออกด้วยหัวใจที่ปวดร้าว “พระองค์ยังมีกองทหารอย่างน้อยห้าพันนายอยู่ในมือ เราไม่จำเป็นต้องยอมจำนนต่อตระกูลเป่ยฉีเลย แม้พวกเขาจะมียุทธภัณฑ์อักขระ แต่เราก็มีไม่ต่างกัน เหตุใดจึงต้องกลัวพ่ะย่ะค่ะ?”
ถังหลานส่ายศีรษะอย่างเชื่องช้า “ไม่มีประโยชน์…บาปทั้งหมดอยู่ที่ข้าไม่ใช่เจ้า ถังปี่ เจ้าจง