์ได้
มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมเห็นชัดจากการเปรียบเทียบ
เมื่อเทียบกับจ้าววิถีอีกสามองค์แล้วบรรพจารย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ยังดูเป็นผู้ใจกว้างกว่าเป็นไหน ๆ
เอาเพียงไม่ต้องยกเรื่องอื่นแต่อั้งเซียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ก็เป็นหลักฐานอันชัดเจนที่สุด
หากเปลี่ยนเป็นพระผู้เป็นเจ้า ข้าย่อมยังคิดว่าเป็นการวางกลอุบายล่อหลอกให้ข้าตกหลุมพราง
แต่เมื่อเป็นบรรพจารย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ เทียบกับข้าที่เจินจวินยังมิใช่ ยังเป็นเพียงตัวเล็กน้อยหนึ่ง มีความจำเป็นสิ่งใดที่จะต้องคิดคำนวณซ่อนเร้นเล่า?
น่าจะเป็นเพียงอาศัยมือข้า เพื่อกลั่นแกล้งพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้ง ทำให้สถานการณ์ของพระผู้เป็นเจ้าลำบากยิ่งกว่าเดิมเสียมากกว่า
ลวี่หยางครุ่นคิดนับร้อยพันความคิด สุดท้ายก็เพียงผ่อนลมหายใจออกมา
เขาไม่คิดฟุ้งซ่านต่อไปอีก ไม่ว่ามีหลุมพรางหรือไม่ หรือว่าหลุมนั้นจะขุดไว้ให้ใคร การกระทำของเขาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ต้องพิชิตเฟยเสวี่ย แล้วก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์ที่วุ่นวาย!
ครุ่นคิดมาถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็เงยหน้าขึ้น
เพียงเห็นเขายืนประสานมือไว้เบื้องหลัง สองดวงตามิได้มองไปยังชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินเบื้องหน้า แล้วจู่ ๆ ก็เผยรอยยิ้มขึ้นมา “เจินจวิน สมกับที่มาจากนิกายศักดิ์สิทธิ์”
“ตูม!”
เสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาดก้องขึ้นพร้อมกัน เมื่อสิ้นคำพูดของลวี่หยาง พื้นดินโดยรอบพลันปะทุแสงอันเจิดจ้า โหมกระหน่ำปกคลุมทั้งฟ้า คล้ายสายน้ำฟากฟ้าถาโ