“เจ้าจะไปยังตำหนักบรรทมของเจินจวินหรือ?”
เมื่อเห็นลวี่หยางเดินออกมาจากพระราชวัง หลังจากเจรจากับอวี๋โจวเสร็จสิ้นแล้วนั้น จงกวงก็อดไม่ได้ที่หางตาจะกระตุก มองลวี่หยางด้วยแววตาแฝงความสงสัย
เพราะเกียรติศัพท์ของมังกรปีศาจตนนี้ในราชสำนักก็ดังสนั่น ทั้งก่อความวุ่นวายในวังหลัง ทั้งพำนักบนแท่นบรรทมมังกร ที่โดดเด่นก็คือ…สรุปแล้ว ในตอนนี้ที่เขาพลันเสนอว่าจะไปยังตำหนักบรรทมของชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวิน ก็ชวนให้คิดไม่ได้ว่ามีจิตใจสกปรกอยู่เบื้องหลังหรือไม่
เห็นสายตาเช่นนี้ ลวี่หยางก็พลันเดือดดาล
นั่นมันสายตาอะไรกัน? เจ้ากำลังดูแคลนข้ารึ?
ข้าลวี่หยางไหนเลยจะเป็นคนที่ไม่รู้จักหนักเบา ไร้สาระถึงเพียงนั้น? จวบจนถึงบัดนี้ ในใจของข้าก็มีเพียงการบำเพ็ญเพียร มิได้มีความคิดฟุ้งซ่านอื่นใดโดยสิ้นเชิง
เห็นลวี่หยางมีท่าทีจริงจังเช่นนั้น จงกวงก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“มีธุระจริงๆ รึ?”
ลวี่หยางทำหน้าอิดหนาระอาใจ “จริงสิ!”
“งั้นก็ไปกันเถอะ”
จงกวงพยักหน้าอย่างไม่รีรอ จากนั้นก็พาลวี่หยางตรงไปยังจุดหนึ่งในผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ที่นั่นภูผาเขียวชอุ่ม น้ำใสไหลเย็น ช่างเป็นดินแดนดุจสรวงสวรรค์โดยแท้
“ที่นี่คือ…”
เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ลวี่หยางพลันยกคิ้วสูง เพราะฉากตรงหน้านั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้พบเห็น…ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เขาก็เคยได้พบมาก่อน!
ไม่นานก็เป็นจริงดังคาด ต่อมาเพียงเสี้ยวอึดใจ จงกวงก็เอ่ยชื่อหนึ่