เชื่อเจ้ากับผีสิ!
ลวี่หยางแม้สีหน้าภายนอกแสดงความคลางแคลงสงสัย แต่ภายในกลับมั่นใจนักว่าบรรพจารย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่มีทางมอบวาสนาใหญ่โตให้เขาอย่างไร้เหตุผลเป็นอันขาด
ในนั้นต้องมีปัญหาแน่นอน
เหตุผลก็ง่ายดาย ชาตินี้เขามิใช่เจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ถึงแม้จะมีท่าทีคล้ายคลึงบ้าง แต่รากฐานแท้จริงแล้ว เขาคือศิษย์ผู้สืบสายเลือดแท้ของราชสำนักเต๋า
ท่านผู้เป็นบรรพจารย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ จะมามอบวาสนาให้แก่ข้าทำไม?
ย่อมต้องมีหลุมพราง!
ทว่าหลุมพราง…อาจมิใช่วางไว้ให้ข้า
ว่าไปแล้ว ลวี่หยางก็ยังมีความเชื่อมั่นต่อบรรพจารย์นิกายศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง เพราะเมื่อมองทั่วทั้งห้าแดนแล้ว บรรพจารย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ตามจริงแล้วคือผู้ที่ใจกว้างที่สุด
ฟังดูช่างเหลวไหล ทว่าเพียงมองไปยังสถานอื่น ๆ ก็ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องวิปริตทั้งสิ้น
พระผู้เป็นเจ้านั้นไม่ต้องเอ่ยถึง เด่นชัดในความไร้ขอบเขตไร้เกณฑ์ใด ๆ
ราชสำนักเต๋ายังนับว่าดีกว่าบ้าง ทว่าก็ใช้บัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนผนึกขีดจำกัดสูงสุดของผู้บำเพ็ญเพียร ไม่ให้ก้าวล้ำขอบเขต
นิกายกระบี่ก็ดีกว่านั้นเล็กน้อย อย่างน้อยต่อคนในฝ่ายตนเองยังถือว่ามีความจริงใจ
มีเพียงนิกายศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น :
กล่าวว่าคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้ที่แข็งแกร่งจึงจะอยู่รอด ตามจริงแล้วก็คือการสอนโดยไม่แบ่งแยก ขอเพียงท่านมีความสามารถ มีฝีมือ ก็จะสามารถที่จะโดดเด่นขึ้นมาในนิกายศักดิ์สิทธิ