ู่โลก ข้าค่อยมาเดินหมากใหม่กับเจ้าอีกครา”
ทว่าในวินาทีนั้นเอง
“ครืน!!”
ในโลกมนุษย์ลวี่ยางไม่รีรอแม้ชั่วลมหายใจเดียว ใช้วิชาภาพลักษณ์ของ[ตะเกียงดับแสง]พลิกกลับอย่างกึกก้อง นำธาตุดินเฉินทั่วทั้งใต้หล้ากลับคืนสู่กลุ่มธาตุหยางอีกครั้ง!
ทว่าเพียงเท่านั้น…ยังมิอาจพอเพียง
เพราะเรื่องเดียวกันนี้จงกวงก็เคยทำสำเร็จมาแล้ว!
แท้จริงแล้วรากฐานของธาตุดินเฉินอยู่ในกำมือของอั้งเซียวนั่นเอง มันคือบ่อเกิดที่ทำให้พลังธาตุดินเฉินทั้งหล้าแปรเปลี่ยนได้ เขาจึงซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของยมโลก
ทว่าบัดนี้ ธาตุดินเฉินต้นทางกลับเกิดความเปลี่ยนแปลง!เดิมทีเต็มไปด้วยไออวิชชาหนักหน่วง แต่เพียงพริบตาเดียวความมืดก็สลายหายไป ราวกับแสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดกระจาย ปัดเป่าความหม่นมัว เผยปราณอันแข็งกร้าวดั่งเปลวสุริยัน!
ธาตุดินเฉินกลับคืนสู่หยาง!
อั้งเซียวได้แต่ทอดถอนใจ เพราะลวี่ยางนั้นกระทำเพื่อคืนสู่สมดุล ย่อมเสริมแรงโดยธรรมชาติ ก้าวเดียวแต่ได้ผลสอง ส่วนตนกลับฝืนฟ้าเดินทวน ย่อมเหนื่อยยากทวีคูณนับร้อยพันเท่า
หยุดยั้งไม่ได้!เพียงพริบตาเดียว อั้งเซียวก็เห็นถนัดว่าพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่เคยอยู่กับตน ทั้งธารน้ำยืนยาวและตะเกียงดับแสงกำลังถูกฉุดรั้ง ถอนหายไปอย่างรวดเร็ว!
“ครืน!!”
เมื่อสูญเสียแรงค้ำยันจากผลลัพธ์แห่งฟ้าดินถึงสองสาย ศาลาที่อั้งเซียวอาศัยอยู่ก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทันใดนั้น แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งยากจะพรรณนา