ดหรือไม่?”
“มีแน่นอน”
หลินมู่อวี่พยักหน้ากล่าว “ท่านปู่ชวีฉู่คิดว่ามีนายพลกี่คนในจักรวรรดิที่ไม่สามารถเข้าใจวิญญาณยุทธ์บรรพบุรุษของพวกเขา? อีกทั้งมันยังสามารถช่วยปลุกพลังในกายของผู้ที่ไม่เคยมีวิญญาณยุทธ์หรือผู้ที่สิ้นหวังในการฝึกวิชาโดยไร้ซึ่งวิญญาณยุทธ์ โอสถปลุกเทพนี้จะเป็นโอกาสเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล”
“ยอดเยี่ยม”
ชวีฉู่พับกระดาษลงถุงสรรพสิ่งก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฝ่าบาท กระหม่อมจะเข้าไปยังป่าลึกอีกครั้ง ส่วนเมืองหลันเยี่ยน...คงต้องรบกวนองค์จักรพรรดิฉินฮั่นและฝ่าบาทชั่วคราว”
“ท่านอาวุโสชวีฉู่ต้องการเสาะหาวัตถุดิบเพื่อปรุงโอสถหรือ?” ฉินอินเอ่ยถาม
“พ่ะย่ะค่ะ”
ชวีฉู่กระซิบ “นี่เป็นความฝันที่กระหม่อมต้องการมาทั้งชีวิต”
ฉินอินอดไม่ได้ที่จะยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ท่านชวีฉู่อาศัยอยู่นอกเมือง เสี่ยวอินต่างหากที่กักขังท่านไว้ในตำหนักเจ๋อเทียนด้วยความเห็นแก่ตัว ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมของเมืองหลันเยี่ยนถือว่ามั่นคง เช่นนั้นท่านชวีฉู่ไม่ต้องกังวลและสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ที่ท่านต้องการ ท่านบรรพบุรุษจะเป็นผู้ดูแลเมืองช่วงที่ท่านไม่อยู่เอง ข้าเชื่อว่าคงไม่มีผู้ใดกระทำการร้ายเป็นแน่”
“กระหม่อมคิดอย่างนั้นเช่นกัน