“ข้าน้อยมิได้ทุกข์ขอรับ…” จางเล่ยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เจ้ากลับไปเถิด เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
“ขอรับ”
…
กองทัพมังกรผงาดรอด้านนอกฐานทัพกลุ่มเทียนเจว๋อย่างใจจดใจจ่อ แม้สมาชิกกลุ่มเทียนเจว๋หลายคนจะมีท่าทีหยิ่งทะนง ทว่าการปรากฏตัวของกองทัพชั้นยอดของจักรวรรดิก็ทำให้พวกเขาหน้าตาซีดเผือดและเงียบเป็นเป่าสาก ท้ายที่สุดแล้วคนเหล่านี้ก็เก่งแค่กับพลเรือนผู้ด้อยกว่าตนเท่านั้น
ขณะนั้น นักรบในชุดเกราะสีแดงเพลิงเดินออกมาพลางยิ้มให้หลินมู่อวี่อย่างนอบน้อม “คาดไม่ถึงเลยว่าท่านผู้บัญชาการหลินจะมาถึงที่นี่ ข้ามีนามว่าโจวเหนียน หนึ่งในห้าของผู้นำกลุ่มเทียนเจว๋ ขณะนี้ท่านซือตู่เซินกำลังจัดเตรียมงานเลี้ยง ขอเชิญท่านผู้บัญชาการหลินเป็นเกียรติร่วมงานกับเราด้วยขอรับ”
“ขอบใจ” หลินมู่อวี่ยิ้มพลางกระชับด้ามกระบี่ที่เอว บริเวณทางเข้าเว่ยโฉว เฝิงสี่ และคนอื่นๆ ลงจากม้าและรีบเข้าไปด้านในพร้อมด้วยกองทัพมังกรผงาด
โจวเหนียนหันมองด้วยท่าทีเขินอายก่อนกล่าวออก “อภัยให้ข้าเถิดท่านผู้บัญชาการหลิน หากแต่พวกท่านคงสามารถเข้ามาด้านในได้เพียงห้าคนเท่านั้น เนื่องจากฐานทัพของเทียนเจว๋เล็กเกินกว่าจะรองรับคนทั้งกองทัพได้”
“อย่างนั้นหรือ”