ไปได้อย่างไร?”
“อย่าทำเช่นนี้อีก”
ฉู่เหยาตบไหล่เขาพร้อมกล่าว “เจ้าตายไปแล้วหนหนึ่ง และเจ้าไม่ได้ตัวคนเดียว หากเจ้าตาย…ข้าคงต้องสูญเสียครอบครัวคนสุดท้ายไป…”
“ข้ารู้…” หลินมู่อวี่ก้มหน้าและคร่ำครวญ “จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก”
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” ฉู่เหยายิ้ม
…
“ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมทหารของวิหารเดินเข้ามากล่าวด้วยความเคารพ “ใต้เท้า คนจากเมืองหยาดสายัณห์เชิญท่านไปยังจวนของท่านหยุนกงเพื่อหารือขอรับ”
“จวนเจ้าเมืองหยาดสายัณห์” หลินมู่อวี่ตะลึง “ท่านหยุนกงต้องการสนทนาเรื่องใดกัน…”
“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ พวกเขาเพียงบอกว่าต้องการหารือกับท่าน”
“อืม…”
เกอหยางด้านข้างกล่าว “อาอวี่ ซูมู่หยุนไม่ลงรอยกับเจ้านัก หากต้องการไป จงพาฉินเหยียน เว่ยโฉว และคนอื่นๆ ไปด้วย มิเช่นนั้นจะอันตรายเกินไป”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลินมู่อวี่เงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าว “ให้เว่ยโฉวและฉินเหยียนคัดเลือกทหารหนึ่งร้อยนายจากกองทัพมังกรผงาดไปกับข้า”
“ขอรับ!”
จากนั้นทหารกองทัพมังกรผงาดจากด้านหลังวิหารศักดิ์สิทธิ์ออกมารอบนถนนทงเทียนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หลินมู่อวี่ในชุดองครักษ์จะขี่ม้าไปยังจวนเจ้าเมืองพร้อมผู้ติดตาม
จวนเจ้าเม