ี้สิงยกยิ้มก่อนกล่าวออกขณะเช็ดคราบสีเทาบนดาบสะบั้นวาโยของตน “น่าเสียดายนักที่อาอวี่ไม่ได้เห็นฉากเมื่อครู่ เขาต้องทึ่งกับพลังยุทธ์ของฝ่าบาทมากแน่”
เฝิงสี่ยิ้มพลางกล่าว “จริงพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินไม่ได้เอ่ยตอบสิ่งใดอีก หัวใจของนางเต้นรัวอย่างภาคภูมิด้วยไม่คาดฝันมาก่อนว่านางจะสามารถปกป้องหลินมู่อวี่ได้…
…
แม้การโจมตีของเหล่าอสูรเกราะจะรุนแรงเพียงใด หากแต่ก็ไม่เกินกว่าฝีมือของพลธนูกองทัพทหารมังกรซึ่งประจำการอยู่ที่เมืองหน้าด่านแห่งนี้ ศรเศวตรมณีถูกใช้เพื่อปลิดชีพอสูรเกราะตนแล้วตนเล่า ทว่ายิ่งเวลาล่วงเลยไป เกวียนขนอุปกรณ์รบของเหล่าอสูรเกราะถูกเข็นเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
ขณะที่ฉินอินเตรียมตัวใช้ทักษะมังกรฟาดหางอีกครั้ง ชวีฉู่แตะไหล่ของนางก่อนกล่าวคำออก “เดี๋ยวกระหม่อมจัดการเองพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ท่านชวีฉู่โปรดระวังตัวด้วย”
“วางใจเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ชวีฉู่หัวเราะก่อนลอยตัวออกจากเมืองไป ขณะติ่งอัคนีปรากฏขึ้นรอบกายพร้อมกับเปลวเพลิงลุกโชน เขาพุ่งปล่อยพลังห้าหนติดต่อกันกลางอากาศ ฉับพลันฝ่ามือเปลวเพลิงขนาดมหึมาลอยสู่ท้องฟ้า “ตู้ม ตู้ม ตู้ม!” เสียงระเบิดดังก้องกังวานไม่รู้จบ บันไดและเครื่องยิงของพวกปีศาจแหลกสลา