งกลับกลายเป็นภาระถ่วงหลังให้แก่เขาอีกด้วย
ดังนั้นเมื่อวาสนาทางพุทธที่ติดตรึงอยู่นั้นพลันถูกลบล้างไปในบัดดล เทียนฉิวจึงอดตื่นตะลึงไม่ได้
“หรือว่าระดับพลังของเราก้าวหน้าอย่างมหาศาลแล้ว?”
ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใด อย่างน้อยการสลัดทิ้งพันธนาการนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี หากมิใช่ว่าติดอยู่ในแผ่นดินเจียงตง เขาคงจะแปลงกายเป็นมังกรดิ่งสู่มหาสมุทร จัดการฉลองให้สมเกียรติไปแล้ว
ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เทียนฉิวเดินออกจากห้องปิดด่านอย่างอารมณ์ดี
แต่เพียงก้าวออกมา เขาก็ต้องหยุดชะงักงันไปทันที
เพราะเวลานี้ทั่วทั้งนครเทียนอู๋เต็มไปด้วยความตึงเครียด เหล่าทหารหุ้มเกราะนับไม่ถ้วนรวมพลเป็นกองใหญ่ กำลังเคลื่อนทัพออกไปเป็นสายยาวไม่ขาดสาย
เกิดอะไรขึ้น? กบฏเทียนอู๋ก่อการรึ?
ในขณะนั้นเอง แสงพร่างพรายแห่งการเหาะเหินพลันตกลงจากฟ้า ปรากฏร่างสตรีในฉลองพระองค์อาภรณ์หงส์มงกุฎหงส์อันวิจิตรตระการตา มิใช่ผู้ใดอื่น หากแต่เป็นพระอัครมเหสีเซียวผู้มีระดับพลังสูงสุดในราชสำนักเต๋า รองเพียงลวี่หยางเท่านั้น
“พระอัครมเหสี” เทียนฉิวรีบก้มกายคารวะทันที
แท้จริงแล้ว เวลานี้ราชสำนักเต๋ามีลวี่หยางเป็นผู้ครอบครองอำนาจ บรรดาตำแหน่งเก่าล้วนถูกลบเลือนไปแล้ว นางก็มิใช่พระอัครมเหสีอีกต่อไป ทว่าในนามและต่อหน้าคนทั้งหลาย ยังคงถูกเรียกขานเช่นเดิม
ถึงอย่างไร ผู้ที่รู้ย่อมเข้าใจ
“ออกจากการปิดด่านแล้วหรือ? เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถิด”
พระอัครมเหสี