ลียวกลับราวกับกลัวฉินเหยียนจะจับตัวเขาอีกครั้ง
“เราทราบสถานการณ์บ้างแล้ว ควรเข้าจู่โจมเลยดีหรือไม่ขอรับท่านพี่” ฉินเหยียนกล่าว
“อืม…เตรียมเคลื่อนทัพ”
…
เที่ยงวัน…บรรดาเมืองเล็กๆ บนภูเขาทั้งใกล้และไกลที่ตั้งเรียงรายราวกับแนวกำแพงสีแดง ดูเหมือนจะถูกพวกปีศาจโจมตีจนแทบไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิต อาจดูโหดร้ายที่อสูรเกราะกินซากศพของชาวเมือง แต่ก็เป็นธรรมดาที่ผู้เหนือกว่าจะได้เปรียบในช่วงสงครามนี้
ทางฝั่งเมืองเหมือนว่าพวกอสูรเกราะที่เดินเพ่นพ่านแถวกำแพงจะเห็นกลุ่มทหารมังกรผงาดมาแล้ว พวกมันส่งเสียงคำรามเพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝั่งรู้ตัวเพื่อเปิดประตูเมือง อสูรเกราะรวมตัวกันกว่าห้าร้อยตัวเหมือนพร้อมสำหรับการปะทะแล้ว แต่กลับไร้วี่แววของหัวหน้าอสูรคอยบัญชาการ เช่นนั้นก็เท่ากับกลุ่มปีศาจเขลาที่เฝ้าเมืองเท่านั้นซึ่งจะง่ายต่อการเผด็จศึก
ห่างจากเมืองไปราวสามไมล์ เว่ยโฉวสั่งทหารม้าห้าพันนายของกลุ่มทหารมังกรผงาดให้หยุดเดินและเริ่มประกอบกล่องลูกศรทันที ทหารผลักกล่องลูกศรอันหนักหน่วงบดไปกับหญ้าตามเส้นทางของพวกอสูรเกราะกว่าห้าสิบใบ
“ใกล้เข้าไปอีก...รอจนกว่าพวกมันจะบุกเข้ามา” หลินมู่อวี่กระชับด้ามดาบก่อนยิ้มออกมาเ