นชี้ไปทางสนามรบ “จอมพลอสูรในชุดเกราะสีทองนั้นคือเหล่ยฉง หวนเอ๋อร์…หากเจ้าคิดว่าตนเองคู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเหล่ยฉง พ่อก็จะไม่ห้ามและปล่อยเจ้าออกไปสู้”
ด้านนอกเมือง ค้อนศึกของเหล่ยฉงทุบกองทหารม้าหนักหลายสิบคนเป็นกองเนื้อ คลื่นพลังจิตวิญญาณแห่งอสูรพวยพุ่งกระแทกเหล่าทหารม้าหนักกระเด็นลอยออกไปพร้อมม้าศึก ขณะเดียวกันเสียงคำรามอสูรเกราะดังกังวานทั่วท้องนภา
ฉินหวนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านพร้อมขมวดคิ้วกล่าว “ลูกทราบความผิดแล้ว โปรดอภัย…”
แม่ทัพหลี่เฉียนซุนด้านข้างประสานหมัด “ท่านราชาผู้พิชิต ความตั้งใจที่จะช่วยเหลือจักรวรรดิของท่านอ๋องน้อยเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่เขายังเด็กเกินไปจึงขาดประสบการณ์อยู่บ้าง โปรดอภัยให้ท่านอ๋องน้อยเถิดขอรับ”
ฉินอี้พยักหน้า “ข้ารู้ จงรับคำสั่ง…ให้ทหารม้าของเมืองไป๋หลิงเตรียมพร้อมทำสงครามทุกเมื่อ ทหารม้ามังกรเป็นกองกำลังหลักของจักรวรรดิอี้เหอ เราไม่อาจปล่อยให้พวกเขาถูกทำลายอยู่นอกเมืองเช่นนี้ได้”
หลงเซียนหลินตอบรับด้วยความเคารพ “ขอรับท่านราชาผู้พิชิต”
ขณะเดียวกันนกส่งสารร่อนลงจากท้องนภาลงบนไหล่หลงเซียนหลิน เขาหยิบม้วนจดหมายออกมาอ่านพร้อมสีหน้าเศร้าหมอง
“เกิดอะไรข